.
 
1.โครงการปกติรับนักเรียนชั้น บริบาล
-มัธยมศึกษา
2.โครงการ E.Pรับนักเรียนชั้น บริบาล
-มัธยมศึกษา
3.โครงการ E.I.Pรับนักเรียนชั้น ป.4
4.โครงการ S.M.Pรับนักเรียนชั้น ป.4,ม.1 ม.4

Counter

  Started on May 11, 2011.
  Online : 4
  Visits : 1,070,439
  Today : 276

 
ระเบียบนักเรียนโรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา ฉบับ ค.ศ. 2001
มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย
 
เพื่อให้นักเรียนมีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเพื่อเสริมสร้างให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม เจริญเติบโตขึ้นเป็นบุตรที่ดีของบิดามารดา เป็นศิษย์ที่ดีของครู-อาจารย์ และเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ พร้อมทั้งสนับสนุนให้การเรียน-การสอนมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยระเบียบของทางราชการว่าด้วยการควบคุมความประพฤตินักเรียน การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชน การลงโทษนักเรียนนักศึกษา โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา จึงวางระเบียบนักเรียนโรงเรียนศรีธรรมราช เพื่อเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติของนักเรียน ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบนักเรียนโรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา ค.ศ. 2001 เรียกชื่อย่อว่าระเบียบนักเรียน ค.ศ. 2001”
ข้อ 2ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2001 เป็นต้นไป
ข้อ 3ให้ยกเลิก “ระเบียบว่าด้วยการควบคุมความประพฤตินักเรียนโรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา ค.ศ. 1994” บรรดาระเบียบหรือคำสั่งอื่นใดที่กำหนดนอกเหนือในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัด หรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ 4 ในระเบียบนี้
         นักเรียน หมายความว่า นักเรียนโรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา
          ครู-อาจารย์ หมายความว่า ครู-อาจารย์โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา
          การกระทำผิด หมายความว่า การที่นักเรียนประพฤติผิด หรือฝ่าฝืนระเบียบ นักเรียนโรงเรียนศรีธรรมราช หรือคำสั่งของครู-อาจารย์ หรือระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ หรือกฎกระทรวงออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ลงวันที่ 22 เมษายน พ.ศ 2515
         “การลงโทษ” หมายความว่า การลงโทษนักเรียนที่ประพฤติผิด หรือฝ่าฝืนระเบียบนักเรียนโรงเรียนศรีธรรมราช หรือคำสั่งของครู-อาจารย์ หรือระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ หรือกฎกระทรวงออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ลงวันที่ 22 เมษายน พ.ศ 2515
          คะแนนความประพฤติ หมายความว่า การให้คะแนนความประพฤติแก่นักเรียนที่ประพฤติดี และการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนที่ประพฤติผิดหรือฝ่าฝืน โดยครู-อาจารย์ตามระเบียบที่วางไว้
ข้อ 5 ระเบียบนี้มี 8 หมวด
หมวดที่ 1
การแต่งกายของนักเรียน

นักเรียนต้องแต่งกายให้ถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียน การดัดแปลงเครื่องแบบให้ผิดไปจากระเบียบ ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบ
ข้อ 6 ระดับอนุบาล
นักเรียนชาย
6.1. เสื้อ เสื้อสีขาว เนื้อผ้าเรียบ ไม่บางเกินไป คอบัวแหลม ผ่าอกตลอด มีกระดุมสีขาว กลมแบน แขนสั้น ติดกระเป๋าบนหน้าอกด้านซ้าย 1 กระเป๋า ปักอักษรย่อของโรงเรียน ศ.ศ. บนหน้าอกด้านขวา ด้วยไหมสีแดง และใต้อักษรย่อ ศ.ศ. ให้ปัก ชื่อและนามสกุล ด้วยไหมสีแดง ห้ามปักบนผ้าอื่นนำมาเย็บติด หรือนำ
สติกเกอร์มาติดแทน เมื่อแต่งเครื่องแบบนักเรียนชาย เสื้อต้องใส่ไว้ในกางเกง โดยติดกระดุมกับเสื้อตรงระดับเอว ด้านหน้า 2 เม็ด ด้านหลัง 2 เม็ด เพื่อใช้กระดุมกลัดติดกับกางเกง
6.2. กางเกง กางเกงสีแดง ขาสั้นเหนือเข่า ขนาดพอดีกับตนเอง เนื้อผ้าเรียบ ผ่าด้านหน้าปิดด้วยซิปหรือกระดุมซ่อนไว้ด้านใน มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บด้านข้าง ๆ ละ 1 กระเป๋า ไม่มีกระเป๋าหลังหรือที่อื่นอีก รอบขอบเอวเจาะรูกระดุมขนาดพอเหมาะกับกระดุมที่ติดกับเสื้อ ด้านหน้า 2 รู ด้านหลัง 2 รู ห้ามใช้กางเกงรัดรูปหรือก้นตื้น
6.3. เข็มขัด ไม่ใช้เข็มขัด ใช้การกลัดกระดุมเสื้อติดกับกางเกง
6.4. ถุงเท้า ถุงเท้านักเรียน สีขาวล้วน ยาวครึ่งน่อง ไม่พับหรือม้วนขอบ
6.5. รองเท้า รองเท้าหุ้มส้น สีดำ เป็นรองเท้าผ้าใบหรือหนัง ไม่มีลวดลาย ขอบภายนอกสีเดียวกับรองเท้า ทรงหัวมนส้นเตี้ย
6.6. ทรงผม ทรงนักเรียน รองหวี หรือ รองทรง
6.7. ชุดพละศึกษา ตามแบบที่โรงเรียนกำหนด (รองเท้าสีขาวล้วน/ถุงเท้าสีขาวล้วน) นักเรียนหญิง
6.8. เสื้อ เสื้อสีขาว เนื้อผ้าเรียบ ไม่บางเกินไป คอบัวแหลม ผ่าอกตลอด มีกระดุมสีขาว กลมแบน แขนสั้น ติดกระเป๋าบนหน้าอกด้านซ้าย 1 กระเป๋า ปักอักษรย่อของโรงเรียน ศ.ศ. บนหน้าอกด้านขวา ด้วยไหมสีแดง และใต้อักษรย่อ ศ.ศ. ให้ปัก ชื่อและนามสกุล ด้วยไหมสีแดง ห้ามปักบนผ้าอื่นนำมาเย็บติด หรือนำสติกเกอร์มาติดแทน เมื่อแต่งเครื่องแบบนักเรียนหญิง เสื้อต้องใส่ไว้ในกระโปรง โดยติดกระดุมกับเสื้อตรงระดับเอว ด้านหน้า 2 เม็ด ด้านหลัง 2 เม็ด เพื่อใช้กระดุมกลัดติดกับกระโปรง
6.9. กระโปรง กระโปรงสั้นเหนือเข่าขึ้นไปไม่เกิน 5 เซนติเมตร เนื้อผ้าเรียบ สีแดง มีจีบรอบเอว มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บด้านข้าง 1 กระเป๋า รอบขอบเอวเจาะรูกระดุมขนาดพอเหมาะกับกระดุมที่ติดกับเสื้อ ด้านหน้า 2 รู ด้านหลัง 2 รู
6.10. เข็มขัด ไม่ใช้เข็มขัด ใช้การกลัดกระดุมเสื้อติดกับกระโปง
6.11. ถุงเท้า ถุงเท้านักเรียน สีขาวล้วน พับขอบอยู่ระดับข้อเท้า
6.12. รองเท้า รองเท้าหนังหุ้มส้น สีดำ ไม่มีลวดลาย ขอบภายนอกสีเดียวกับรองเท้า ทรงหัวมนส้นเตี้ย
6.13. ทรงผม ผมสั้นทรงนักเรียน ห้ามซอย ดัด กัดสีผม ยืดผม อนุญาตให้ใช้กิ๊ปสีดำไม่มีลวดลายได้เพียงอย่างเดียว หรือไว้ผมยาว กรณีไว้ผมยาว ความยาวไม่เกินกึ่งกลางหลัง และยาวเท่ากันตลอดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ห้ามปล่อยผม ให้ถักเปีย หรือผูกรวบให้เรียบร้อย ด้วยโบว์สีขาว สีแดง หรือสีดำ และห้ามใช้สิ่งตกแต่งอื่นใด
6.14. ชุดพละศึกษา ตามที่โรงเรียนกำหนด (รองเท้าสีขาวล้วน/ถุงเท้าสีขาวล้วน)
ข้อ 7 ระดับประถมศึกษา
นักเรียนชาย
7.1. เสื้อ เสื้อเชิ้ตสีขาว เนื้อผ้าเรียบ ไม่บางเกินไป มีสาบ ผ่าอกตลอด มีกระดุมสีขาว กลมแบน แขนสั้น ติดกระเป๋าบนหน้าอกด้านซ้าย 1 กระเป๋า ปักอักษรย่อของโรงเรียน ศ.ศ. บนหน้าอกด้านขวา ด้วยไหมสีแดง และใต้อักษรย่อ ศ.ศ. ให้ปัก ชื่อและนามสกุล ด้วยไหมสีแดง ห้ามปักบนผ้าอื่นนำมาเย็บติด หรือนำ สติกเกอร์มาติดแทน เมื่อแต่งเครื่องแบบนักเรียนชาย เสื้อต้องใส่ไว้ในกางเกง
7.2. กางเกง กางเกงขาสั้นเหนือเข่าประมาณ 5 เซนติเมตร ขนาดพอดีกับตนเอง สีดำ เนื้อผ้าเรียบ ปลายขากางเกงกว้างห่างจากขา 8 - 10 เซนติเมตรและพับปลายเข้าด้านในกว้าง 4 - 5 เซนติเมตร ผ่าด้านหน้าปิดด้วยซิป มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บด้านข้าง ๆ ละ 1 กระเป๋า ไม่มีกระเป๋าหลังหรือที่อื่นอีก รอบขอบเอวมีหูสำหรับร้อยเข็มขัดไม่เกิน 7 หู ต้องสวมกางเกงให้ทับหรือเสมอกับระดับสะดือ ห้ามใช้กางเกงรัดรูปหรือก้นตื้น
7.3. เข็มขัด เข็มขัดหนัง สีดำ พื้นเรียบไม่มีลวดลายใด ๆ ขนาดความกว้าง 2.5 - 4 เซนติเมตร มีปลอกหนังเข็มขัด 1 ปลอก หัวเข็มขัดเป็นโลหะเงินสี่เหลี่ยมมน เมื่อแต่งเครื่องแบบนักเรียนเข็มขัดต้องสอดในหูกางเกงครบทุกรู ห้ามตัดปลายเข็มขัดเป็นรูปต่าง ๆ หรือขีดเขียนตกแต่งเพิ่มเติม
7.4. ถุงเท้า ถุงเท้านักเรียน สีขาวล้วน ยาวครึ่งน่อง ไม่พับหรือม้วนขอบ
7.5. รองเท้า รองเท้าผ้าใบหุ้มส้น สีดำ ไม่มีลวดลาย มีเชือกผูกสีเดียวกับรองเท้า ขอบภายนอกสีเดียวกับรองเท้า ทรงหัวมนส้นเตี้ย ห้ามใช้รองเท้าฟอกสีและรองเท้าหุ้มข้อ
7.6. ทรงผม ผมสั้นทรงนักเรียน เกรียนรอบศีรษะ ส่วนบนยาวไม่เกิน 3 เซนติเมตร ด้านหน้ายาวไม่เกิน 4 เซนติเมตร ห้ามหวีแสกกลาง ไม่มีจอน ไม่ใส่น้ำมัน เยล โฟม หรือกัดสีผม ห้ามไว้หนวดเครา
7.7. ชุดพละศึกษา ตามที่โรงเรียนกำหนด (รองเท้าสีดำล้วน/ถุงเท้าสีขาวล้วน)
นักเรียนหญิงประถมปีที่ 1 – ประถมปีที่ 4
7.8. เสื้อ เสื้อสีขาว แขนสั้น เนื้อผ้าเรียบ คอบัวแหลม ปักอักษรย่อของโรงเรียน ศ.ศ. บนหน้าอกด้านขวา ด้วยไหมสีแดง และใต้อักษรย่อ ศ.ศ. ให้ปัก ชื่อและนามสกุล ด้วยไหมสีแดง ห้ามปักบนผ้าอื่นนำมาเย็บติด หรือนำสติกเกอร์มาติดแทน เมื่อแต่งเครื่องแบบนักเรียนหญิง เสื้อต้องใส่ไว้ในกระโปรง
7.9. กระโปรง กระโปรงเอี๊ยม สีแดง ยาวคลุมเข่า เนื้อผ้าเรียบ มีจีบรอบเอว มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บด้านข้าง 1 กระเป๋า
7.10. เข็มขัด ไม่ใช้เข็มขัด
7.11. ถุงเท้า ถุงเท้านักเรียน สีขาวล้วน พับขอบ
7.12. รองเท้า รองเท้าหนังหุ้มส้น สีดำ ไม่มีลวดลาย ขอบภายนอกสีเดียวกับรองเท้า ทรงหัวมนส้นเตี้ย
7.13. ทรงผม ผมสั้นทรงนักเรียน ห้ามซอย ดัด กัดสีผม ยืดผม อนุญาตให้ใช้กิ๊ปสีดำไม่มีลวดลายได้เพียงอย่างเดียว หรือไว้ผมยาว กรณีไว้ผมยาว ความยาวไม่เกินกึ่งกลางหลัง และยาวเท่ากันตลอดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ห้ามปล่อยผม ให้ถักเปีย หรือผูกรวบให้เรียบร้อย ด้วยโบว์สีขาว สีแดง หรือสีดำ และห้ามใช้สิ่งตกแต่งอื่นใด
7.14. ชุดพละศึกษา ตามที่โรงเรียนกำหนด (รองเท้าสีขาวล้วน/ถุงเท้าสีขาวล้วน)
นักเรียนหญิงประถมปีที่ 5 – ประถมปีที่ 6
7.15. เสื้อ เสื้อสีขาว แขนสั้น เนื้อผ้าเรียบ คอบัวแหลม ปักอักษรย่อของโรงเรียน ศ.ศ. บนหน้าอกด้านขวา ด้วยไหมสีแดง และใต้อักษรย่อ ศ.ศ. ให้ปัก ชื่อและนามสกุล ด้วยไหมสีแดง ห้ามปักบนผ้าอื่นนำมาเย็บติด หรือนำสติกเกอร์มาติดแทน ความยาวของเสื้อให้พอเหมาะไม่ยาวหรือสั้นเกินไป เมื่อแต่งเครื่องแบบนักเรียนหญิง เสื้อจะอยู่นอกกระโปรง ผูกเนคไทสีแดง(สีเดียวกับกระโปรง)ปลายตัดตรง ความยาวไม่เกินกระดุมเสื้อเม็ดที่ 4
7.16. กระโปรง กระโปรงสีแดง เนื้อผ้าเรียบ ทับเกล็ดใหญ่ตามกัน ความลึกของเกล็ดกระโปรง 1.5 นิ้ว ไม่ต้องตีเกล็ดเล็กตามลงมา ยาวคลุมเข่า มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บด้านข้าง 1 กระเป๋า
7.17. เข็มขัด ไม่ใช้เข็มขัด
7.18. ถุงเท้า ถุงเท้านักเรียน สีขาวล้วน พับขอบ
7.19. รองเท้า รองเท้าหนังหุ้มส้น สีดำ ไม่มีลวดลาย ขอบภายนอกสีเดียวกับรองเท้า ทรงหัวมนส้นเตี้ย
7.20. ทรงผม เหมือนนักเรียนหญิงชั้นประถมปีที่ 1 – ประถมปีที่ 4 (ข้อ 7.13)
7.21. ชุดพละศึกษา ตามที่โรงเรียนกำหนด (รองเท้าสีขาวล้วน/ถุงเท้าสีขาวล้วน)
ข้อ 8 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (มัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3)
นักเรียนชาย
8.1. เสื้อ เหมือนนักเรียนชายระดับประถมศึกษา (ข้อ 7.1)
โดยใต้ชื่อและนามสกุล ให้ปักจุดวงกลมทึบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 เซนติเมตร ด้วยไหมสีเหลืองทอง
     - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้ปัก 1 จุด
     - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้ปัก 2 จุด
     - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้ปัก 3 จุด
8.2. กางเกง เหมือนนักเรียนชายระดับประถมศึกษา (ข้อ 7.2)
8.3. เข็มขัด เหมือนนักเรียนชายระดับประถมศึกษา (ข้อ 7.3)
8.4. ถุงเท้า เหมือนนักเรียนชายระดับประถมศึกษา (ข้อ 7.4)
8.5. รองเท้า เหมือนนักเรียนชายระดับประถมศึกษา (ข้อ 7.5)
8.6. ทรงผม เหมือนนักเรียนชายระดับประถมศึกษา (ข้อ 7.6)
8.7. ชุดพละศึกษา ตามที่โรงเรียนกำหนด (รองเท้าสีดำล้วน/ถุงเท้าสีขาวล้วน)
นักเรียนหญิง
8.8. เสื้อ เหมือนนักเรียนหญิงชั้นประถมปีที่ 5 – ประถมปีที่ 6 (ข้อ 7.15)
โดยใต้ชื่อและนามสกุล ให้ปักจุดวงกลมทึบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 เซนติเมตร ด้วยไหมสีเหลืองทอง
     - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้ปัก 1 จุด
     - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้ปัก 2 จุด
     - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้ปัก 3 จุด
8.9. กระโปรง เหมือนนักเรียนหญิงชั้นประถมปีที่ 5 – ประถมปีที่ 6 (ข้อ 7.16)
8.10. เข็มขัด ไม่ใช้เข็มขัด
8.11. ถุงเท้า เหมือนนักเรียนหญิงชั้นประถมปีที่ 5 – ประถมปีที่ 6 (ข้อ 7.18)
8.12. รองเท้า เหมือนนักเรียนหญิงชั้นประถมปีที่ 5 – ประถมปีที่ 6 (ข้อ 7.19)
8.13. ทรงผม เหมือนนักเรียนหญิงชั้นประถมปีที่ 5 – ประถมปีที่ 6 (ข้อ 7.20)
8.14. ชุดพละศึกษา ตามที่โรงเรียนกำหนด (รองเท้าผ้าใบผูกสายสีขาวล้วน/ถุงเท้าสีขาวล้วน)
ข้อ 9 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (มัธยมศึกษาปีที่ 4-6)
นักเรียนชาย
9.1. เสื้อ เหมือนนักเรียนชายระดับประถมศึกษา (ข้อ 7.1)
โดยใต้ชื่อและนามสกุล ให้ปักจุดวงกลมทึบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 เซนติเมตร ด้วยไหมสีน้ำเงิน
     - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้ปัก 1 จุด
     - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้ปัก 2 จุด
     - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ให้ปัก 3 จุด
9.2. กางเกง เหมือนนักเรียนชายระดับประถมศึกษา (ข้อ 7.2)
9.3. เข็มขัด เข็มขัดหนัง สีดำ พื้นเรียบไม่มีลวดลายใด ๆ ขนาดความกว้าง 2.5-4 เซนติเมตร มีปลอกหนังเข็มขัด 1 ปลอก หัวเข็มขัดให้ใช้หัวเข็มขัดของโรงเรียน ซึ่งเป็นหัวโลหะสีเงินมีตราสัญญลักษณ์ของโรงเรียน เมื่อแต่งเครื่องแบบนักเรียนเข็มขัดต้องสอดในหูกางเกงครบทุกรู ห้ามตัดปลายเข็มขัดเป็นรูปต่าง ๆ หรือขีดเขียนตกแต่งเพิ่มเติม
9.4. ถุงเท้า เหมือนนักเรียนชายระดับประถมศึกษา (ข้อ 7.4)
9.5. รองเท้า เหมือนนักเรียนชายระดับประถมศึกษา (ข้อ 7.5)
9.6. ทรงผม ทรงนักเรียน เกรียนรอบศีรษะ หรือรองหวี ด้านหน้ายาวไม่เกิน 4 เซนติเมตร ห้ามหวีแสกกลาง ไม่ใส่น้ำมัน เยล โฟม หรือกัดสีผม ห้ามไว้หนวดเครา
9.7. ชุดพละศึกษา ตามที่โรงเรียนกำหนด (รองเท้าผ้าใบผูกสายสีดำล้วน/ถุงเท้าสีขาวล้วน)
นักเรียนหญิง
9.8. เสื้อ เสื้อสีขาว เนื้อผ้าเรียบ แขนสามส่วน ปลายแขนจับจีบมอบขอบ 1 นิ้ว ติดกระดุมแขนเสื้อข้างละ 1 เม็ด ปกเสื้อเป็นคอบัวมน ตัวเสื้อตีเกล็ดใหญ่ข้างละ 3 เกล็ด ติดกับสาบเสื้อด้านหน้า ความกว้างของเกล็ด 1 นิ้ว ปักอักษรย่อของโรงเรียน ศ.ศ. บนหน้าอกด้านขวา ด้วยไหมสีแดง และใต้อักษรย่อ ศ.ศ. ให้ปัก ชื่อและนามสกุล ด้วยไหมสีแดง ห้ามปักบนผ้าอื่นนำมาเย็บติด หรือนำสติกเกอร์มาติดแทน โดยใต้ชื่อและนามสกุล ให้ปักจุดวงกลมทึบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 เซนติเมตร ด้วยไหมสีน้ำเงิน
     - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้ปัก 1 จุด
     - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้ปัก 2 จุด
     - นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ให้ปัก 3 จุด
ผูกโบว์ไขว้สีแดง (ติดกระดุม 1 เม็ด) ปลายตัดตรง ขนาดกว้าง 2 เซนติเมตร ยาว 24 เซนติเมตร เมื่อแต่งเครื่องแบบนักเรียนหญิง เสื้ออยู่ในกระโปรง ห้ามดึงเสื้อออกมาปิดหัวเข็มขัด
9.9. กระโปรง กระโปรงสีแดง จีบรอบลึก ด้านหน้า 8 กลีบ ด้านหลัง 8 กลีบ ตีตะเข็บจากขอบเอวล่างลงมา 4 นิ้ว ความยาวเลยเข่าลงไป 4 นิ้ว ปลายกระโปรงไม่สอบ ต้องสวมกระโปรงให้ขอบกระโปรงทับหรือเสมอกับระดับสะดือ
9.10. เข็มขัด เข็มขัดหนัง สีดำ พื้นเรียบไม่มีลวดลายใด ๆ ขนาดความกว้าง 2.5 - 4 เซนติเมตร มีปลอกหนังเข็มขัด 1 ปลอก หัวเข็มขัดให้ใช้หัวเข็มขัดของโรงเรียน ซึ่งเป็นหัวโลหะสีเงินมีตราสัญญลักษณ์ของโรงเรียน ห้ามตัดปลายเข็มขัดเป็นรูปต่าง ๆ หรือขีดเขียนตกแต่งเพิ่มเติม
9.11. ถุงเท้า เหมือนนักเรียนหญิงชั้นประถมปีที่ 5 – ประถมปีที่ 6 (ข้อ 7.18)
9.12. รองเท้า เหมือนนักเรียนหญิงชั้นประถมปีที่ 5 – ประถมปีที่ 6 (ข้อ 7.19)
9.13. ทรงผม เหมือนนักเรียนหญิงชั้นประถมปีที่ 1 – ประถมปีที่ 4 (ข้อ 7.13)
9.14. ชุดพละศึกษา ตามที่โรงเรียนกำหนด (รองเท้าผ้าใบผูกสายสีขาวล้วน/ถุงเท้าสีขาวล้วน)
หมวดที่ 2
การใช้กระเป๋า เป้ และของใช้จำเป็นอื่น ๆ
เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการใช้กระเป๋า เป้ และของใช้จำเป็นอื่น ๆ จึงมีหลักเกณฑ์ดังนี้
ข้อ 10 กระเป๋าและเป้ อนุญาตให้ใช้ตามที่โรงเรียนกำหนด
ข้อ 11 นาฬิกาข้อมือ อนุญาตให้ใช้เพื่อประโยชน์ในการดูเวลา รูปแบบสุภาพ สายโลหะหรือสายหนัง
สีดำหรือน้ำตาล ขนาดและราคาพอเหมาะกับวัยเรียน
ข้อ 12 แว่นตา อนุญาตให้ใช้เฉพาะแว่นสายตา สำหรับนักเรียนที่มีปัญหาเรื่องสายตาเท่านั้น ต้องมีรูป
ทรงที่สุภาพเหมาะสม ไม่อนุญาตให้ใช้แว่นกันแดดสีชาหรือสีดำ หรือคอนแทกซ์เลนส์ ยกเว้นกรณีมีปัญหาเรื่องแสงกับสายตา ต้องขออนุญาตฝ่ายกิจการนักเรียน โดยมีใบรับรองแพทย์ประกอบ
ข้อ 13 กิ๊บผม อนุญาตให้ใช้เฉพาะนักเรียนหญิง ต้องเป็นกิ๊บสีดำ ไม่มีลวดลาย
ข้อ 14 ไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องสำอาง เว้นแต่เป็นกิจกรรมที่โรงเรียนอนุญาต
ข้อ 15 ห้ามทำศัลยกรรมตกแต่งร่างกายทุกชนิด
ข้อ 16 ไม่อนุญาตให้นำเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดเข้ามาในโรงเรียน
หมวดที่ 3
ข้อปฏิบัติของการเป็นนักเรียน
ข้อ 17 การแต่งกายมาโรงเรียน
17.1. เมื่ออยู่ในเครื่องแบบนักเรียน นักเรียนต้องแต่งกายให้ถูกต้องตามระเบียบ ไม่ว่าภายใน หรือ
ภายนอกโรงเรียน
17.2. เมื่อนักเรียนมาติดต่อกับโรงเรียนทุกครั้ง ต้องแต่งเครื่องแบบนักเรียนให้เรียบร้อย
17.3. การแต่งกายไว้ทุกข์ นักเรียนที่มีความจำเป็นต้องแต่งกายไว้ทุกข์ ตามธรรมเนียมประเพณี การไว้ทุกข์ ให้ทำหนังสือขออนุญาตต่อฝ่ายกิจการนักเรียน โดยระบุวันเริ่มและวันสิ้นสุดการไว้ทุกข์ พร้อมทั้งมีผู้ปกครองรับรอง
ข้อ 18 การมาโรงเรียน
18.1 นักเรียนต้องมาถึงโรงเรียนก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติ
18.2 นักเรียนที่มาโรงเรียนไม่ทันเข้าแถวเคารพธงชาติให้ถือว่ามาสาย ให้รายงานตัวและลงชื่อต่อครู
เวรประจำวันนั้น ๆ และให้เข้าแถวอยู่ต่างหากเฉพาะนักเรียนมาสาย นักเรียนที่มาสายจะถูกพิจารณาโทษในแต่ละครั้ง โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูเวรประจำวันนั้น ๆ และเสนอชื่อให้ครูเวรดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
สำหรับนักเรียนที่มาสาย (ไม่ทันเข้าแถวเคารพธงชาติ) จะมีผลดังนี้
1. มาสาย 1 - 6 ครั้ง คุณครูประจำชั้นว่ากล่าวตักเตือนและ/หรือหักคะแนนความประพฤติไม่เกินครั้งละ 5 คะแนน
และบันทึกไว้ในทะเบียนประวัติเป็นหลักฐาน
2. มาสายเกิน 7 - 10 ครั้ง กิจการแผนกว่ากล่าวตักเตือนและ/หรือหักคะแนนความประพฤติไม่เกินครั้งละ 8 คะแนน และ บันทึกไว้ในทะเบียนประวัติเป็นหลักฐาน
3. มาสายเกิน 10 ครั้ง ฝ่ายกิจการนักเรียน เชิญผู้ปกครองมาพบ และ/หรือหักคะแนนความประพฤติ ครั้งละไม่เกิน 10 คะแนน และบันทึกไว้ในทะเบียนประวัติเป็นหลักฐาน
4. นักเรียนที่มาสายหลังเข้าแถวเคารพธงชาติ ต้องลงชื่อมาสายที่ฝ่ายกิจการนักเรียนหน้าประตูโรงเรียนทุกครั้ง โดยนักเรียนที่มาสายจะถูกพิจารณาในแต่ละครั้ง และนักเรียนต้องแสดงบัตรเข้าห้องเรียนต่ออาจารย์ผู้สอน
สำหรับนักเรียนที่มาสาย (หลังเข้าแถวเคารพธงชาติ ) จะมีผลดังนี้
1. มาสาย 1 - 5 ครั้ง อาจารย์ฝ่ายกิจการแผนก ว่ากล่าวตักเตือน และ/หรือ หักคะแนนความประพฤติครั้งละไม่เกิน 8 คะแนน พร้อมทั้งบันทึกไว้ในทะเบียนประวัติเป็นหลักฐาน
2. มาสายเกิน 5 ครั้ง ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ฝ่ายกิจการนักเรียน เชิญผู้ปกครองมาพบ และ/หรือหักคะแนนความประพฤติ
3. ครั้งละไม่เกิน 10 คะแนน พร้อมทั้งบันทึกไว้ในทะเบียนประวัติเป็นหลักฐาน
4. นักเรียนที่มีความจำเป็นต้องมาสาย เช่น ช่วยงานผู้ปกครอง หรือ เหตุผลอื่น ๆ ที่เห็นสมควร ให้ผู้ปกครองขออนุญาตจากฝ่ายกิจการนักเรียนเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน และนักเรียนต้องแสดงบัตรมาสายจากฝ่ายกิจการนักเรียน ต่อคุณครูเวรประจำวัน หรือครูประจำชั้นทุกครั้งที่มาสาย
5. การเข้า – ออกโรงเรียนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ให้เดินบนบาทวิถีเท่านั้น หากเข้า-ออก
เป็นกลุ่มใหญ่ให้เดินเป็นแถว และให้ใช้ประตูเข้า-ออกตามที่โรงเรียนกำหนด
6. ห้ามนักเรียนนำยานพาหนะใด ๆ เข้ามาในโรงเรียน
7. นักเรียนที่ผู้ปกครองมาส่ง หรือรถรับ-ส่งประจำ ต้องลงรถที่หน้าประตูโรงเรียน และตอนเลิกเรียน
ให้ผู้ปกครอง หรือรถรับ-ส่งรอรับอยู่นอกบริเวณโรงเรียน (ยกเว้นกรณีที่นักเรียนเจ็บป่วย หรือฝนตก หรือเพื่อพบคุณครูประจำชั้น)
8. นักเรียนที่ใช้บริการรถโดยสารทุกชนิด ให้ปฎิบัติตามกฏหมายจราจรโดยเคร่งครัด (การข้ามถนนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาให้ใช้สะพานลอย)
ข้อ 19. การเรียน
19.1 นักเรียนต้องเข้าเรียนทุกคาบเรียนตามตารางเรียน นักเรียนที่เข้าห้องเรียนสายเกิน 10 นาที ถือว่าเข้าห้องเรียนสายในคาบเรียนนั้น นักเรียนที่เข้าห้องเรียนสายรวม 4 ครั้ง ถือว่าขาดเรียนในรายวิชานั้น 1 ครั้ง
19.2 นักเรียนต้องมีอุปกรณ์การเรียนครบทุกรายวิชา และต้องเตรียมอุปกรณ์การเรียนให้พร้อมก่อนคุณครู-อาจารย์ประจำวิชาเข้าห้องสอน
19.3 นักเรียนต้องตั้งใจเรียน เข้าร่วมกิจกรรม ปฏิบัติงานตามที่คุณครู-อาจารย์สั่ง ไม่ส่งเสียงรบกวน หรือมีพฤติกรรมอื่นใดที่มีผลกระทบต่อบรรยากาศการเรียนการสอน และให้ถือปฏิบัติหรือเข้าร่วมกิจกรรมตามระเบียบข้อตกลงที่เห็นชอบร่วมกันของนักเรียนในแต่ละห้องเรียน
19.4 นักเรียนที่เจ็บป่วย ไม่สามารถเข้าเรียนในคาบเรียนใด ให้แจ้งและขออนุญาตต่อคุณครู-อาจารย์ประจำวิชานั้นก่อน และนำใบอนุญาตจากคุณครู-อาจารย์ประจำวิชา ไปแสดงต่อฝ่ายการพยาบาล
19.5 ในขณะที่มีการเรียนการสอน นักเรียนที่มีกิจธุระจำเป็นต้องออกจากห้องเรียน หรือต้องการเข้าห้องเรียน หรือมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องการพบเพื่อน ให้ขออนุญาตต่อคุณครู-อาจารย์ที่สอนก่อนทุกครั้ง
19.6 ในคาบเรียนใดที่คุณครู-อาจารย์ประจำวิชาไม่ได้เข้าห้องสอน เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว 10 นาที ให้หัวหน้าชั้นรีบรายงานต่อหัวหน้าหมวดวิชา หรือวิชาการแผนก เพื่อจัดคุณครู-อาจารย์ดูแลหรือสอนแทน
19.7นักเรียนต้องช่วยกันรักษาความสะอาดของห้องเรียน จัดเวรทำความสะอาดเป็นประจำทุกวัน และ จัดบรรยากาศของห้องเรียนให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ ห้ามนำอาหาร เครื่องดื่ม ของขบเคี้ยวไปรับประทานในห้องเรียน และในอาคารเรียน
19.8 ในคาบว่าง นักเรียนต้องใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เช่น อ่านหนังสือ เข้าห้องสมุด ทำการบ้าน เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ห้ามกระทำอื่นใดที่ก่อให้เกิดการรบกวนการเรียนการสอนของคุณครู-อาจารย์และเพื่อนนักเรียน
19.9 นักเรียนต้องมีความรักสามัคคี มีมนุษยสัมพันธ์อันดี มีความเป็นเพื่อน มีความเป็นพี่หรือน้อง กับนักเรียนทุกคน ห้ามใช้กำลังชกต่อย หรือใช้อาวุธอื่นใด หรือใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา หากเกิดปัญหาหรือเกิดการทะเลาะกันขึ้น ให้คู่กรณีหรือผู้พบเห็นรายงานต่อคุณครู-อาจารย์ที่อยู่ใกล้ที่สุดทราบทันที
ข้อ 20. การลาหยุดการเรียน
20.1 นักเรียนที่มีกิจธุระ มีความจำเป็นต้องลาหยุดการเรียน นักเรียนต้องส่งใบลาโดยมีผู้ปกครองรับรอง ลงชื่อกำกับต่อคุณครูประจำชั้นล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน หากมีความจำเป็นเร่งด่วน
ไม่สามารถส่งใบลาล่วงหน้าได้ตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งใบลาโดยมีผู้ปกครองรับรองลงชื่อกำกับ ต่อคุณครูประจำชั้นในวันแรกที่นักเรียนมาเรียน นักเรียนที่ปลอมแปลงลายมือชื่อผู้ปกครองหรือเอกสารอื่นใด ถือว่าเป็นความผิด ต้องได้รับการพิจารณาโทษตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯนักเรียน
20.2 นักเรียนที่ลาป่วย นักเรียนต้องส่งใบลาโดยมีผู้ปกครองรับรองลงชื่อกำกับต่อคุณครูประจำชั้นในวันลา หรือในวันมาเรียนวันแรก หากเจ็บป่วยหลายวันหรือต้องเข้าพักรักษาในโรงพยาบาล ผู้ปกครองต้องแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบโดยเร็ว และให้นักเรียนส่งใบลาพร้อมใบรับรองแพทย์ในวันแรกที่มาเรียน
20.3 กรณีที่ผู้ปกครองมาลาด้วยตนเอง ให้ขออนุญาตลาที่ฝ่ายกิจการนักเรียน และให้ฝ่ายกิจการนักเรียนแจ้งเป็นหนังสือให้คุณครูประจำชั้นทราบทุกครั้ง
    • กรณีนักเรียนขาดเรียนติดต่อกัน 3 วัน โดยไม่แจ้งให้ทางคุณครูประจำชั้นทราบ ให้คุณครูประจำชั้น แจ้งฝ่ายกิจการนักเรียนแผนก เพื่อให้ฝ่ายกิจการนักเรียนแจ้งให้ผู้ปกครองทราบเป็นครั้งแรก หากไม่ได้รับการติดต่อจากผู้ปกครอง ฝ่ายกิจการนักเรียนจะออกหนังสือเป็นครั้งที่สอง หากยังไม่ได้รับการติดต่อจากผู้ปกครองในเวลาอันควร ฝ่ายกิจการนักเรียนจะเสนออาจารย์ใหญ่ เพื่อพิจารณาและดำเนินการต่อไป และการขาดเรียนโดยไม่แจ้งให้คุณครูประจำชั้นทราบ จะได้รับการพิจารณาโทษตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียน
ข้อ 21 การออกนอกบริเวณโรงเรียน
21.1 นักเรียนจะออกนอกบริเวณโรงเรียนตั้งแต่เวลาโรงเรียนเข้า จนถึงเวลาโรงเรียนเลิกโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้ และโรงเรียนจะไม่อนุญาตให้ออกนอกบริเวณโรงเรียน หากพิจารณาเห็นว่าไม่เหมาะสมหรือไม่มีเหตุอันควร
21.2 นักเรียนระดับชั้นอนุบาล ต้องมีผู้ปกครองมารับและขออนุญาตจากคุณครูประจำชั้น และผู้ปกครองต้องบันทึกการรับนักเรียนกลับในสมุดบันทึกที่โรงเรียนกำหนด
21.3 นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ต้องมีผู้ปกครองมารับ และขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน ต่อฝ่ายกิจการนักเรียน และผู้ปกครองต้องบันทึกการรับนักเรียนกลับในสมุดบันทึกในห้องฝ่ายกิจการนักเรียน ให้ฝ่ายกิจการนักเรียนแจ้งให้คุณครูประจำชั้นทราบ
21.4 นักเรียนที่ทราบล่วงหน้าว่ามีกิจธุระจำเป็นต้องออกนอกบริเวณโรงเรียน ต้องมีหนังสือรับรองจากผู้ปกครอง มาแสดงเป็นหลักฐานในการขออนุญาตด้วย โดยให้ยื่นขออนุญาตต่อฝ่ายกิจการนักเรียน และให้ฝ่ายกิจการนักเรียน แจ้งให้คุณครูประจำชั้นทราบ เมื่อนักเรียนได้รับอนุญาตแล้ว ต้องบันทึกการขออนุญาตออกนอกบริเวณ โรงเรียนในสมุดบันทึกในห้องฝ่ายกิจการนักเรียน พร้อมนำใบอนุญาตไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยหน้าประตูโรงเรียน เมื่อกลับเข้าโรงเรียนให้นำใบอนุญาตส่งคืน ที่ฝ่ายกิจการนักเรียนและลงเวลากลับ และให้ไปรายงานตัวต่อคุณครูประจำชั้น
21.5 นักเรียนที่มีความจำเป็นที่จะต้องออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อน ต้องได้รับอนุญาตจากคุณครูประจำชั้น คุณครูประจำวิชา หัวหน้ากิจการแผนก และฝ่ายกิจการนักเรียนตามลำดับ เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ต้องบันทึกการขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนในสมุดบันทึกในห้องฝ่ายกิจการนักเรียน พร้อมนำใบอนุญาตไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าประตูโรงเรียน เมื่อกลับเข้าโรงเรียน ให้นำใบอนุญาตส่งคืนที่ฝ่ายกิจการนักเรียนและลงเวลากลับ และให้ไปรายงานตัวต่อคุณครูประจำชั้น
21.6 นักเรียนที่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกบริเวณโรงเรียน ต้องไปทำกิจธุระหรือกิจกรรมตามที่ระบุ ไว้ในใบอนุญาตเท่านั้น เมื่อเสร็จกิจธุระหรือกิจกรรม ให้รีบกลับเข้าโรงเรียนทันที
21.7 การออกนอกบริเวณโรงเรียน โดยไม่กลับเข้าโรงเรียนในวันนั้นอีก จะด้วยเหตุจำเป็นใดก็ตาม โรงเรียนจะอนุญาตได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ปกครองมารับหรือผู้ปกครองต้องทำหนังสือขออนุญาตมาเป็นลายลักษณ์ลักษร เท่านั้น โดยให้ขออนุญาตต่อฝ่ายกิจการนักเรียน และให้ฝ่ายกิจการนักเรียนแจ้งให้คุณครูประจำชั้นทราบ
21.8 นักศึกษาวิชาทหารที่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกบริเวณโรงเรียนเพื่อไปเรียนหรือรับการฝึก ต้องแต่งชุดนักศึกษาวิชาทหาร หรือมีบัตรประจำตัวนักศึกษาวิชาทหารแสดงเป็นหลักฐาน ซึ่งจะได้รับอนุญาตให้ออกนอกบริเวณโรงเรียน โดยผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิชาการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
21.9 การออกนอกบริเวณโรงเรียนเป็นหมู่คณะ ต้องมีคุณครู-อาจารย์ควบคุมดูแล และคุณครู-อาจารย์ ผู้ควบคุมต้องเสนอขออนุญาตจากผู้อำนวยการ
ข้อ 22. การมาโรงเรียนในวันหยุดหรือนอกเวลาเรียนปกติ
นักเรียนที่ได้รับการนัดหมายให้มาโรงเรียนในวันหยุด หรือนอกเวลาเรียนปกติ เช่น การเรียนเสริม การซ้อมกีฬา หรือการทำกิจกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน ให้ปฏิบัติดังนี้

22.1 คุณครู-อาจารย์ผู้รับผิดชอบต้องเสนอขออนุญาตจากผู้อำนวยการ และดูแลควบคุมนักเรียน
ตลอดเวลา
22.2 นักเรียนต้องนำหนังสือขออนุญาตจากโรงเรียนให้ผู้ปกครองลงชื่อเพื่ออนุญาต และนำหนังสือ
ขออนุญาตมาให้คุณครู-อาจารย์ผู้รับผิดชอบ

    • นักเรียนต้องแต่งเครื่องแบบนักเรียน หรือเครื่องแบบกิจกรรม หรือชุดสุภาพเรียบร้อยตามที่ คุณครู-อาจารย์ผู้รับผิดชอบเป็นผู้กำหนดตามที่เห็นสมควร
    • นักเรียนต้องประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียนเหมือนเช่นวันเรียนปกติ
    • นักเรียนต้องกลับถึงบ้านตามเวลาที่คุณครู-อาจารย์ผู้รับผิดชอบกำหนด
ข้อ 23. การรับประทานอาหาร เครื่องดื่ม
    • เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเข้าแถวครั้งที่ 2 เวลา 7.45 ให้หยุดซื้ออาหาร ขนม หรือเครื่องดื่ม หากกำลังรับประทานอยู่ ให้เร่งรีบให้ทันเวลาเข้าแถวเคารพธงชาติ
    • โรงเรียนได้กำหนดเวลาการซื้ออาหารและรับประทานอาหาร ในเวลาพัก 10 นาที พักกลางวัน และตามที่โรงเรียนกำหนด
    • นักเรียนต้องเข้าแถวซื้ออาหารตามคิวอย่างมีระเบียบ มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ มีมารยาทในการรับประทานอาหาร ไม่ทิ้งเศษอาหารลงบนโต๊ะหรือบนพื้น เศษอาหารหรืออาหารที่ไม่รับประทานให้เก็บใส่ภาชนะให้เรียบร้อย
    • นักเรียนต้องรับประทานอาหารบนโต๊ะอาหารในห้องอาหาร และบริเวณที่โรงเรียนกำหนด
    • ห้ามนักเรียนเข้าไปในร้านและหลังร้าน เมื่อรับประทานอาหารเสร็จให้นำภาชนะส่งคืน ณ จุดรับภาชนะ
    • เครื่องดื่ม ขนม ไอศกรีม ผลไม้ ฯลฯ ควรรับประทานให้เรียบร้อยในบริเวณที่โรงเรียนจัดไว้
    • ไม่ควรนำไปรับประทานบริเวณอื่น ๆ เมื่อรับประทานเสร็จแล้วให้เก็บภาชนะบรรจุลงถังขยะให้เรียบร้อย
ข้อ 24. การใช้อาคารสถานที่และสมบัติส่วนรวม
24.1นักเรียนต้องช่วยกันดูแลรักษาความสะอาด อาคารสถานที่ของโรงเรียน ห้ามนักเรียนขีดเขียน หรือขูดขีด หรือต่อเติม โต๊ะ เก้าอี้ ฝาผนัง ประตู หน้าต่าง หรือทรัพย์สินอื่นใดของโรงเรียนเป็นอันขาด และช่วยกันดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดีอยู่เสมอ หากพบเห็นการชำรุด โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้า ให้รีบแจ้งฝ่ายอาคารสถานที่ หรือคุณครูที่อยู่ใกล้ที่สุด โดยเร็ว
24.2 นักเรียนต้องช่วยกันดูแลการประหยัดน้ำ ไฟฟ้า และการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดให้คำนึงถึง
ความปลอดภัยและการประหยัด
24.3 นักเรียนใช้อาคารสถานที่ให้เหมาะสมและถูกต้อง การเล่นกีฬาทุกประเภท ให้ใช้บริเวณสนามหรือบริเวณที่โรงเรียนกำหนด
24.4 นักเรียนที่มีความจำเป็นต้องเข้าห้องพักครู ห้องสำนักงานฝ่ายต่าง ๆ หรือห้องที่มีลักษณะเฉพาะ ต้องขออนุญาตและได้รับอนุญาตจากอาจารย์ผู้รับผิดชอบก่อนทุกครั้ง
24.5 ในเวลาเรียนปกติ ห้ามมิให้นักเรียนเข้าไปในบริเวณบ้านพักครู อาจารย์ คนงาน และบริเวณหอพัก ยกเว้นนักเรียนที่ได้รับอนุญาตเมื่อมีความจำเป็นเป็นครั้งคราว
ข้อ 25. การทำความเคารพ
การทำความเคารพให้นักเรียนปฏิบัติดังนี้
25.1 เมื่อนักเรียนพบครู-อาจารย์ทุกคน ให้นักเรียนยืนตรง หันหน้าไปทางคุณครู-อาจารย์ ทำความเคารพด้วยการไหว้ ให้นักเรียนชายกล่าวคำว่า “สวัสดีครับ” และนักเรียนหญิงกล่าวคำว่า “สวัสดีค่ะ” หากมีสัมภาระอยู่ในมือ ให้วางสัมภาระไว้ก่อนการไหว้ ในกรณีที่ไม่สามารถวางสัมภาระได้ เมื่อวางอาจจะส่งผลเสียหายต่อสัมภาระหรือชีวิต ให้ทำความเคารพโดยการยืนตรง ให้นักเรียนชายกล่าวคำว่า “สวัสดีครับ” และนักเรียนหญิงกล่าวคำว่า “สวัสดีค่ะ”
25.2 ขณะที่นักเรียนยืน หรือนั่งอยู่ตามบริเวณต่าง ๆ เมื่อคุณครู-อาจารย์เดินผ่าน ให้ทำความเคารพเช่นข้อ 25.1
25.3 เมื่อนักเรียนเดินสวนกับคุณครู-อาจารย์ ต้องทำความเคารพเช่นข้อ 25.1 และให้คุณครู-อาจารย์
เดินผ่านไปก่อนจึงค่อยเดินต่อไป
25.4ขณะที่นักเรียนเดินไม่ควรเดินแซงคุณครู-อาจารย์ หากมีความจำเป็น ให้นักเรียนชายกล่าวคำ ว่า “ขอโทษครับ” และนักเรียนหญิงกล่าวคำว่า “ขอโทษค่ะ” เสียก่อน จึงเดินแซงไป
25.5 ในเครื่องแบบอื่น ๆ การทำความเคารพให้เป็นไปตามระเบียบของเครื่องแบบนั้น ๆ
    • ในห้องเรียน เมื่อคุณครู-อาจารย์เข้าห้องสอนให้หัวหน้าชั้นบอกคำว่า“นักเรียนทำความเคารพ” และให้ทุกคนยืนตรง ทำความเคารพโดยการไหว้ ให้นักเรียนชายกล่าวคำว่า “สวัสดีครับ” และนักเรียนหญิงกล่าวคำว่า “สวัสดีค่ะ” เมื่อได้รับอนุญาตให้นั่งจึงนั่งลง และเมื่อหมดคาบเรียนคุณครู-อาจารย์ออกจากห้อง ให้หัวหน้าชั้นบอกคำว่า “นักเรียนทำความเคารพ” และให้ทุกคนยืนตรง ยกมือไหว้ ให้นักเรียนชายกล่าวคำว่า “ขอบคุณครับ” และนักเรียนหญิงกล่าวคำว่า “ขอบคุณค่ะ” (ในวิชาต่างประเทศให้ใช้ภาษาในรายวิชานั้น ๆ)
    • ในคาบนมัสการพระเจ้า หรือการประชุม หรือการเข้าอบรมในห้องประชุม เมื่อคุณครู- อาจารย์ หรือวิทยากรจากภายนอกขึ้นไปบนเวที ให้หัวหน้าชั้นที่ได้รับมอบหมายในคาบนั้น ๆ บอกคำว่า “นักเรียนทำความเคารพ” ให้ทุกคนนั่งอยู่ประจำที่ และให้ทุกคนทำความเคารพโดยการไหว้ ให้นักเรียนชายกล่าวคำว่า “สวัสดีครับ” และนักเรียนหญิงกล่าวคำว่า “สวัสดีค่ะ” โดยไม่ต้องยืนขึ้น และเมื่อคุณครู อาจารย์ หรือวิทยากรจากภายนอก จบการสอน หรือการอบรม หรือการประชุม ให้หัวหน้าชั้นที่ได้รับมอบหมายในคาบนั้น ๆ บอกคำว่า “นักเรียนทำความเคารพ” ให้ทุกคนนั่งอยู่ประจำที่ และให้ทุกคนทำความเคารพโดยการไหว้ ให้นักเรียนชายกล่าวคำว่า “ขอบคุณครับ” และนักเรียนหญิงกล่าวคำว่า “ขอบคุณค่ะ” โดยไม่ต้องยืนขึ้น
    • เมื่อพบคุณครู-อาจารย์ภายนอกบริเวณโรงเรียน ให้ถือปฏิบัติตามประเพณีนิยม คือ ทำความเคารพด้วยการไหว้
ข้อ 26. พิธีการหน้าเสาธง
นักเรียนทุกคนต้องตระหนักว่า พิธีการหน้าเสาธงเป็นพิธีการอันศักดิ์สิทธิ์ แสดงถึงความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และแสดงถึงเอกลักษณ์การเป็นนักเรียนโรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา ดังนั้นก่อนการเรียนการสอนทุกวัน ให้นักเรียนเข้าแถวตามลำดับชั้นตามที่โณงเรียนกำหนด เพื่อเข้าร่วมพิธีการหน้าเสาธงด้วยความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และความเป็นนักเรียนโรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา (ในวันที่มีฝนตกให้นักเรียนเข้าแถวหน้าห้องเรียน)
เวลา 07.45 น. - สัญญาณครั้งที่ 2 นักเรียนทุกคนเข้าแถวพร้อมกันหน้าเสาธง พร้อมที่จะเริ่มพิธีการหน้าเสาธง
- เชิญธงชาติสู่ยอดเสา (นักเรียนที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้รับผิดชอบ) ให้นักเรียนยืนตรง ร่วมร้องเพลงชาติด้วยความภาคภูมิใจ
    • นมัสการพระเจ้า (อ่านพระวจนะธรรม และ อธิษฐาน) โดยคุณครู-อาจารย์ หรือนักเรียนที่ได้รับมอบหมาย ให้นักเรียนสงบฟังพระวจนะของพระเจ้า และในขณะอธิษฐานให้นักเรียนสงบจิตใจ หลับตา พนมมือ
- ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า (นำโดยนักเรียนที่ได้รับมอบหมาย)
    • กล่าวปรัชญาของโรงเรียน “ความยำเกรงพระเจ้า เป็นบ่อเกิดของความรู้”
    • กล่าวคำขวัญของโรงเรียน “ความรู้ คุณธรรม นำชีวิต”
    • (ในทุกวันศุกร์ หลังจากร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า ให้นักเรียนหันหน้าไปทางทิศเหนือ ยืนตรง เพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี)
- ประกาศต่าง ๆ
    • อบรม ตักเตือน ชี้แจง มอบรางวัล
    • ตรวจแถว
เวลา 08.10 น. - เดินแถวไปพัฒนา ทำความสะอาด ณ บริเวณที่ได้รับมอบหมาย
เวลา 08.20 น. - เดินแถวเข้าห้องเรียน เริ่มเรียนคาบแรก
ข้อ 27. การแจ้งของหาย การมอบคืนของที่พบ และการรับของคืน
27.1 เมื่อของสูญหายให้แจ้งฝ่ายกิจการนักเรียน พร้อมบันทึกลงในสมุดแจ้งของหาย และให้ติดต่อ
ขอรับของคืนที่ฝ่ายกิจการนักเรียนในเวลาที่เหมาะสม หากไม่แจ้งของหายจะรับของคืนไม่ได้
27.2 เมื่อนักเรียนพบสิ่งของที่หาย ให้นำไปมอบที่ฝ่ายกิจการนักเรียนพร้อมบันทึกลงในสมุดของที่
พบ นักเรียนจะได้รับคะแนนความประพฤติดี และจะได้รับการบันทึกการทำความดีลงในทะเบียนประวัติ หากสิ่งของที่พบมีมูลค่ามากพอสมควร นักเรียนจะได้รับการประกาศคุณความดีให้คณะครู อาจารย์และเพื่อนนักเรียนทราบ พร้อมมอบเกียรติบัตรเพื่อเกียรติประวัติของตนเองและวงศ์ตระกูล
27.3 นักเรียนที่ได้รับของสูญหายคืน ต้องบันทึกการรับของคืนเป็นหลักฐานให้เรียบร้อยก่อนจึงจะ
รับของคืน และต้องไปแสดงความขอบคุณต่อผู้ที่พบของ
27.4 สิ่งของของนักเรียนทุกชิ้น ต้องรับผิดชอบ ป้องกันไม่ให้เกิดการสูญหาย ควรเขียนชื่อ หรือทำ
เครื่องหมายไว้เพื่อป้องกันการสูญหาย หรือเป็นหลักฐานรับของคืน
ข้อ 28. ผู้ปกครองของนักเรียน
28.1 นักเรียนทุกคนต้องมีผู้ปกครองตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ผู้ปกครองนักเรียน นักศึกษา พ.ศ. 2522
28.2 ผู้ปกครอง หมายความว่า บุคคลซึ่งรับนักเรียนไว้ในความปกครอง หรืออุปการะเลี้ยงดู หรือ
บุคคลที่นักเรียนอาศัยอยู่ ผู้ปกครองจะต้องร่วมมือกับสถานศึกษา เพื่อควบคุมความประพฤติ ควบคุมการศึกษาเล่าเรียน และให้ประพฤติตนตามระเบียบของโรงเรียน ผู้ปกครองควรติดต่อกับโรงเรียนอยู่เสมอ เพื่อรับทราบปัญหาและความก้าวหน้าต่าง ๆ เกี่ยวกับการศึกษาของนักเรียน และความประพฤติของนักเรียน
    • โรงเรียนกำหนดให้นักเรียนมีผู้ปกครองได้ 1 หรือ 2 คน
    • เมื่อผู้ปกครองย้ายที่อยู่ หรือความเป็นผู้ปกครองสิ้นสุดลงด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ปกครองแจ้งให้แก่โรงเรียนทราบภายใน 3 วัน
ข้อ 29. การมาพบนักเรียน
    • ผู้ปกครองหรือญาติหรือเพื่อนหรือบุคคลอื่นใด ที่ขอพบนักเรียน ให้ขออนุญาตขอพบนักเรียน ที่ฝ่ายกิจการนักเรียน โรงเรียนไม่อนุญาตให้ผู้ปกครองหรือญาติหรือเพื่อนหรือบุคคลอื่นใดพบนักเรียนโดยลำพัง หรือพบตามห้องเรียน เว้นแต่ได้รับพิจารณาอนุญาต
    • โรงเรียนไม่อนุญาตให้นักเรียนนำเพื่อนต่างโรงเรียน หรือบุคคลภายนอกเข้ามาในโรงเรียน หรือเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน เว้นแต่ได้ขออนุญาตและได้รับพิจารณาอนุญาต
ข้อ 30. การทำทะเบียนประวัติ
    • นักเรียนทุกคนต้องกรอกข้อมูลที่เป็นจริงและเป็นปัจจุบันในทะเบียนประวัติตามที่โรงเรียนกำหนด
    • หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใด ๆ ในระหว่างปีการศึกษา นักเรียนต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูล ดังกล่าวให้ถูกต้องตามความเป็นจริงต่อคุณครูประจำชั้นภายใน 3 วัน
    • ทะเบียนประวัติของนักเรียนทุกคน จะใช้ต่อกันไปตลอด 3 ปีการศึกษา
ข้อ 31. การทำบัตรประจำตัวนักเรียน ด้วยกระทรวงศึกษาธิการได้ให้โรงเรียนในสังกัดถือปฏิบัติเรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ของนักเรียน โดยให้ทุกโรงเรียนกำหนดให้นักเรียนทุกคนมีบัตรประจำตัวนักเรียน และให้พกติดตัวตลอดเวลา เพื่อประโยชน์ต่อนักเรียนเอง และสะดวกในการตรวจความประพฤตินักเรียน โรงเรียนจึงกำหนดแนวปฏิบัติดังนี้
31.1 นักเรียนทุกคนต้องทำบัตรประจำตัว ตามที่โรงเรียนกำหนด
เมื่อได้รับบัตรประจำตัวนักเรียนแล้ว ต้องพกติดตัวตลอดเวลา พร้อมที่จะแสดงต่อครู-อาจารย์ สารวัตรนักเรียนที่ขอดูบัตรประจำตัวนักเรียน หรือใช้ในการติดต่อกับฝ่ายต่าง ๆ ของโรงเรียน หากชำรุดหรือสูญหายให้รีบแจ้งฝ่ายกิจการนักเรียน เพื่อขอทำบัตรใหม่ พร้อมชำระค่าทำบัตรใหม่ตามที่โรงเรียนกำหนด
    • เมื่อมีเหตุต้องย้ายสถานที่เรียน ลาออก หรือจบการศึกษาต้องคืนบัตรประจำตัวนักเรียนที่ฝ่ายทะเบียนของโรงเรียน
ข้อ 32. การขอใบรับรองความประพฤติ
32.1 นักเรียนที่ต้องการขอใบรับรองความประพฤติ เพื่อใช้ในการศึกษาต่อ หรือใช้รับรองต่อบุคคล
หน่วยงาน องค์กร สถานศึกษา บริษัท ห้างร้าน สถานประกอบการ ฯลฯ ต้องยื่นคำร้องที่ฝ่ายกิจการนักเรียน ตามแบบยื่นคำร้องที่โรงเรียนกำหนด
    • การออกใบรับรองความประพฤติ ฝ่ายกิจการนักเรียนจะพิจารณาจากทะเบียนประวัตินักเรียน หากเคยถูกลงโทษถึงขั้นทำทัณฑ์บน หรือมีหลักฐานว่าได้ประพฤติฝ่าฝืนระเบียบวินัยของโรงเรียนบ่อยครั้ง ฝ่ายกิจการอาจไม่ออกใบรับรองความประพฤติให้
หมวดที่ 4
การลงโทษนักเรียน
การลงโทษนักเรียน หมายความว่า การลงโทษนักเรียนที่ประพฤติผิด หรือฝ่าฝืนระเบียบนักเรียนโรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา การลงโทษนักเรียน จะต้องไม่กระทำด้วยวิธีรุนแรง กลั่นแกล้ง ด้วยความโกรธ พยาบาท หรือกระทำโดยไร้มนุษยธรรม โดยวิธีอันไม่เหมาะสม และไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี ไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการละเมิดทางร่างกาย ทางเพศ วาจา การพูดดูหมิ่น หยาบคาย หลอกลวง ต้องปฏิบัติต่อนักเรียนโดยเสมอภาคด้วยความเป็นธรรม
โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา ได้กำหนดระเบียบการลงโทษนักเรียนดังนี้
ข้อ 33. โทษที่จะลงแก่นักเรียนมี 5 สถานดังนี้
33.1 ว่ากล่าวตักเตือน และ/หรือหักคะแนนความประพฤติ และบันทึกไว้ในทะเบียนประวัติเป็นหลักฐาน
    • ทำกิจกรรม และ/หรือหักคะแนนความประพฤติ และบันทึกไว้ในทะเบียนประวัติเป็นหลักฐาน
    • ทำทัณฑ์บน และหักคะแนนความประพฤติ และบันทึกไว้ในทะเบียนประวัติเป็นหลักฐาน และเชิญผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิดและรับรองการทำทัณฑ์บน
    • พักการเรียน และหักคะแนนความประพฤติ และบันทึกไว้ในทะเบียนประวัติเป็นหลักฐานและเชิญผู้ปกครองมารับทราบเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร
    • ตามที่กฎหมายกำหนด หรือระเบียบใด ๆ ที่ออกโดยทางราชการ
ข้อ 34. การลงโทษ
    • การว่ากล่าวตักเตือน และ/หรือหักคะแนนความประพฤติ และบันทึกไว้ในทะเบียนประวัติ เป็นหลักฐาน ใช้สำหรับนักเรียนที่กระทำความผิดขั้นเบา ให้เป็นอำนาจของคุณครูประจำชั้นเป็นผู้พิจารณาลงโทษ คุณครู-อาจารย์ทั่วไป ที่พบเห็นการกระทำผิดของนักเรียน ให้นำตัวนักเรียนส่ง หรือบันทึก หรือแจ้งคุณครูประจำชั้นของนักเรียน
    • การทำกิจกรรม และ/หรือหักคะแนนความประพฤติ และบันทึกไว้ในทะเบียนประวัติเป็นหลักฐาน ใช้สำหรับนักเรียนที่กระทำผิดความผิดขั้นปลานกลาง ให้เป็นอำนาจของกิจการนักเรียนแผนกเป็นผู้พิจารณาลงโทษ โดยคุณครูประจำชั้น หรือคุณครู-อาจารย์ทั่วไป ที่พบเห็นการกระทำผิดของนักเรียน ให้นำตัวนักเรียนส่งหรือบันทึก หรือแจ้งกิจการนักเรียนแผนก (การทำกิจกรรม หมายความว่า การให้นักเรียนที่กระทำความผิดทำกิจกรรม หรือบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง โรงเรียนหรือสังคม)
    • การทำทัณฑ์บน และหักคะแนนความประพฤติ และบันทึกไว้ในทะเบียนประวัติเป็นหลักฐาน และเชิญผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิด และรับรองการทำทัณฑ์บน ใช้สำหรับนักเรียนที่กระทำผิดความผิดขั้นร้ายแรง ให้เป็นอำนาจของผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ฝ่ายกิจการนักเรียนเป็นผู้พิจารณาลงโทษ โดยคุณครูประจำชั้น หรือคุณครู-อาจารย์ทั่วไป ที่พบเห็นการกระทำผิดของนักเรียน ให้นำตัวนักเรียนส่ง หรือบันทึก หรือแจ้งหัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียนแผนก ให้หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียนแผนกรายงานต่อผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ฝ่ายกิจการนักเรียน
      หากผู้ปกครองนักเรียนไม่มา หรือไม่สัญญาว่าจะอบรมสั่งสอนและควบคุมนักเรียน เป็นครั้งที่ 3
      โรงเรียนจะส่งตัวนักเรียนพร้อมทั้งรายงานการลงโทษนักเรียนให้ผู้อำนวยการพิจารณาเป็นครั้งสุดท้าย
    • การพักการเรียน และหักคะแนนความประพฤติ และบันทึกไว้ในทะเบียนประวัติเป็นหลักฐาน และเชิญผู้ปกครองมารับทราบเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร ใช้สำหรับนักเรียนที่กระทำความผิดเป็นนิจ หรือเคยถูกลงโทษให้ทำทัณฑ์บนแล้วแต่ไม่เข็ดหลาบ หรือถูกหักคะแนนความประพฤติเกิน 80 คะแนน
    • ให้เป็นอำนาจของผู้อำนวยการเป็นผู้พิจารณาลงโทษ โดยคุณครูประจำชั้น หรือคุณครู-อาจารย์ทั่วไป ที่พบเห็นการกระทำผิดของนักเรียน ให้นำตัวนักเรียนส่ง หรือบันทึก หรือแจ้งหัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียนแผนก ให้หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียนแผนกรายงานต่อผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ฝ่ายกิจการนักเรียน และให้ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ฝ่ายกิจการนักเรียนรายงานเสนอตามลำดับขั้นต่อไป
      หากนักเรียนคนใดประพฤติตน หรือไม่ยอมปรับปรุงแก้ไขพฤติกรรมของตน ให้สมควรแก่
      สภาพนักเรียน หรือฝ่าฝืนระเบียบหรือประพฤติผิดศีลธรรมอันดีงาม จนเป็นที่เห็นได้ว่าถ้าให้อยู่ในโรงเรียนต่อไป จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของโรงเรียน หรือเป็นเหตุให้ระเบียบวินัยหรือศีลธรรมอันดีของนักเรียนอื่นพลอยเสื่อมเสีย โรงเรียนจะดำเนินการอย่างเฉียบขาดกับนักเรียนผู้นั้นต่อไป
ข้อ 35. ระดับความผิดของการกระทำความผิด และการหักคะแนนความประพฤติ
35.1 ความผิดขั้นเบา หักคะแนนความประพฤติความผิดละไม่เกิน 5 คะแนน หากคะแนนสะสมเกิน 30 คะแนน ให้ถือเป็นความผิดขั้นปานกลาง
    • หลีกเลี่ยงการเข้าแถวเคารพธงชาติ
    • หลีกเลี่ยงการเรียนตามตารางเรียน
    • หลีกเลี่ยงการประชุมตามที่กำหนด
    • มาโรงเรียนสาย โดยไม่มีเหตุผล
    • ไม่รักษาวินัยแถว การเดินแถว และการเข้าคิว
    • เข้าห้องเรียนสาย โดยไม่มีเหตุผล
    • ขัดคำสั่งคุณครู-อาจารย์ ในเรื่องเกี่ยวกับการเรียน
    • แต่งกายผิดระเบียบ และใช้เครื่องแต่งกายของผู้อื่น
    • ทรงผมผิดระเบียบ
    • ไม่ใช้กระเป๋า เป้ ตามที่โรงเรียนกำหนด
    • ใช้เครื่องประดับและของมีค่าอื่นหรือของใช้ที่ไม่จำเป็น
    • ไม่รักษาความสะอาดส่วนตัวและอาคารสถานที่
    • ไม่รักษาความสงบในห้องเรียน ในที่ประชุม
    • ไม่ให้ความร่วมมือต่อหมู่คณะ หรือส่วนรวม
    • ไม่ช่วยดูแลรักษาสมบัติส่วนร่วม
    • รับประทานอาหารนอกเวลาที่กำหนด
    • นั่งบนราวรั้ว ราวแผงกั้น ราวระเบียงห้อง ขอบหน้าต่าง ราวสะพาน หรือที่มีลักษณะเดียวกันทั้งในและนอกบริเวณโรงเรียน
    • ขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน แต่ไม่ทำธุระตามที่กำหนด หรือไม่กลับมาตามเวลาที่กำหนด
    • แสดงกิริยาไม่สุภาพ ใส่ร้ายผู้อื่น พูดเท็จ พูดหยาบคาย
    • เข้า-ออก โรงเรียนโดยไม่ผ่านประตูที่โรงเรียนกำหนด
    • ไม่เดินบนบาทวิถีเมื่อเข้า-ออกโรงเรียน (ในระดับชั้นมัธยมศึกษา)
    • ไม่ใช้สะพานลอยตามที่โรงเรียนกำหนด
    • ความผิดอื่นอันอาจจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นความผิดในระดับความผิดเดียวกันนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของคุณครูประจำชั้น
35.2 ความผิดขั้นปานกลาง หักคะแนนความประพฤติความผิดละไม่เกิน 10 คะแนน หากคะแนนสะสมเกิน 60 คะแนน ให้ถือเป็นความผิดขั้นร้ายแรง
    • ทำความผิดขั้นเบาบ่อยครั้ง หรือถูกหักคะแนนความประพฤติเกิน 30 คะแนน
    • เที่ยวเตร่กลางคืนเป็นนิจ
    • ประพฤติตนในทำนองชู้สาว แต่ไม่ถึงขั้นร้ายแรง
    • ประพฤติตนไม่เรียบร้อย ไม่สมกับสภาพความเป็นนักเรียน
    • เจตนาแต่งกายฝ่าฝืนระเบียบทั้งในและนอกโรงเรียน
    • หนีออกนอกบริเวณโรงเรียน
    • ออกจากบ้านแล้วหลีกหนีไม่เข้าโรงเรียน
    • แสดงกิริยาไม่คารวะต่อคุณครู-อาจารย์ หรือผู้ที่ควรให้ความเคารพ แต่ไม่ถึงขั้นร้ายแรง
    • เจตนานัดหมาย พบปะบุคคลภายนอก หรือนำบุคคลภายนอกเข้ามาในโรงเรียน โดยไม่ขออนุญาต
    • เจตนาประพฤติปฏิบัติอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบวินัยของโรงเรียน
    • เจตนาปลอมแปลงเอกสาร หรือลายมือชื่อของผู้อื่น
    • ไม่นำหนังสือหรือเอกสารของโรงเรียนที่ออกถึงผู้ปกครอง ไปให้ผู้ปกครองตามกำหนดเวลา
    • ทุจริตในการสอบ
    • มีในครอบครองหรืออ่านหรือดูหรือรับฝากสื่อลามกทุกประเภท
    • ยุยง ส่งเสริมให้เกิดการแตกความสามัคคี อันจะนำไปสู่การทะเลาะวิวาท
    • กลั่นแกล้งผู้อื่นให้ได้รับความอับอาย หรือเสียชื่อเสียง หรือเสียทรัพย์สินสิ่งของ
    • ขับขี่จักรยานยนต์ หรือรถยนต์ ในเครื่องแบบนักเรียน ทั้งในและนอกโรงเรียน
    • หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นทั้งในและนอกโรงเรียน
    • ความผิดอื่นอันอาจจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นความผิดในระดับความผิดเดียวกันนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของ กิจการแผนก
35.3 ความผิดขั้นร้ายแรง หักคะแนนความประพฤติความผิดละไม่เกิน 30 คะแนน หากคะแนนสะสมเกิน 80 คะแนน ให้เสนอผู้อำนวยการพิจารณา
    • ทำความผิดขั้นปานกลางบ่อยครั้ง หรือถูกหักคะแนนความประพฤติเกิน 60 คะแนน
    • ประพฤติตนในทำนองชู้สาวขั้นร้ายแรง หรือสามี/ภรรยา
    • ลักทรัพย์ หรือสมรู้ร่วมคิดการลักทรัพย์สินของผู้อื่นหรือของโรงเรียน หรือมีเจตนาทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นหรือของโรงเรียนได้รับความเสียหาย
    • มั่วสุม ชกต่อย ทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย
    • นำอาวุธหรืออุปกรณ์อื่นใดที่เจตนาเป็นอาวุธ หรือซ่อนเร้นไว้เพื่อประทุษร้าย
    • เล่นการพนันทุกชนิด สลากกินรวบ แชร์
    • สูบบุหรี่ทั้งในและนอกบริเวณโรงเรียน
    • เสพหรือมีไว้เพื่อเสพ หรือจำหน่ายจ่ายแจก หรือรับฝากของมึนเมา และสารเสพติดทุกชนิด
    • ทำอนาจาร หรือการกระทำที่ไม่สมควรทางเพศ ไม่ถูกต้องเหมาะสมตามวัฒนธรรมประเพณีไทยและกฏหมายบ้านเมือง
    • เข้าไปในสถานที่หรือคบค้าหรือจัดหาหรือประพฤติตนเพื่อการค้าประเวณี
    • เข้าไปในสถานบริการ หรือสถานที่ไม่เหมาะสมสำหรับสภาพการเป็นนักเรียน เช่นสถานเริงรมย์ต่าง ๆ
    • ทำลายทรัพย์สินอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
    • แสดงกิริยาก้าวร้าว กระด้างกระเดื่อง ลบหลู่ดูหมิ่นเหยียดหยาม ท้าทาย อาฆาตพยาบาท ใช้กำลังประทุษร้ายบุคลากรของโรงเรียน
    • ประพฤติตนเป็นอันธพาล ข่มขู่ รีดไถ เป็นผู้ใช้หรือบงการหรือบังคับให้ผู้อื่นกระทำผิด
    • กระทำผิดกฎหมายของบ้านเมืองอันก่อให้เกิดความเสียหายต่อโรงเรียน
    • แอบอ้างชื่อโรงเรียนหรือบุคคล หรือประพฤติผิดหรือกระทำผิด ซึ่งอาจนำความเสื่อมเสียหรือก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อโรงเรียนและสังคม
หมวดที่ 5
นักเรียนประพฤติหรือกระทำดี
เพื่อเป็นการยกย่อง ส่งเสริม ให้กำลังใจแก่นักเรียนที่ประพฤติหรือกระทำดี และส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรมสูงส่งยิ่งขึ้น โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา ได้กำหนดให้คะแนนการประพฤติหรือกระทำดีแก่นักเรียน โดยนักเรียนที่ได้คะแนนประพฤติหรือกระทำดีสะสมตั้งแต่ 80 คะแนนขึ้นไป จะได้รับเกียรติบัตรยกย่องของโรงเรียน และได้รับการบันทึกประวัติดีเด่นในทะเบียนประวัติเป็นหลักฐาน และนักเรียนที่ได้รับคะแนนประพฤติหรือกระทำดีสะสม 3 ปีการศึกษาตั้งแต่ 300 คะแนนขึ้นไป จะได้รับเกียรติบัตรยกย่อง และเข็มเชิดชูเกียรติ หรือเหรียญเชิดชูเกียรติของโรงเรียน และได้รับการบันทึกประวัติดีเด่นในทะเบียนประวัติเป็นหลักฐาน
ข้อ 36.
คะแนนการประพฤติดีหรือทำความดี
36.1 เก็บของมีค่าหรือเงินที่มีมูลค่าไม่เกิน 50 บาทส่งคืน ได้คะแนน 5 คะแนน
36.2 เก็บของมีค่าหรือเงินที่มีมูลค่าตั้งแต่ 51 บาท ไม่เกิน 100 บาทส่งคืน ได้คะแนน 10 คะแนน
36.3 เก็บของมีค่าหรือเงินที่มีมูลค่าตั้งแต่ 101 บาท ไม่เกิน 500 บาทส่งคืน ได้คะแนน 20 คะแนน
36.4 เก็บของมีค่าหรือเงินที่มีมูลค่าตั้งแต่ 501 บาทขึ้นไปส่งคืน ได้คะแนน 30 คะแนน
36.5 แสดงความมีน้ำใจ เช่น ช่วยเหลืองานคุณครู-อาจารย์โดยมิต้องร้องขอ ได้คะแนน 10 คะแนน
36.6 แจ้งเบาะแสหรือแจ้งข่าวผู้กระทำผิดระเบียบของโรงเรียน ได้คะแนน 10 คะแนน
36.7 กรณีอื่น ๆ ที่มิได้ระบุไวัในระเบียบหมวดนี้ ให้อยู่ในดุลย์พินิจของคุณครู-อาจารย์ผู้ให้คะแนนให้เหมาะสมใกล้เคียงกับระดับคะแนนความดีที่กำหนดไว้ในหมวดนี้
36.8 ให้คุณครู-อาจารย์ทุกท่านเป็นผู้ให้คะแนนการประพฤติหรือการทำดีของนักเรียนทุกคนเมื่อประสบพบเห็น โดยให้บันทึกลงในสมุดความดี และมอบให้กับนักเรียน ให้นักเรียนนำไปแจ้งกับฝ่ายกิจการนักเรียนเพื่อบันทึกคะแนนไว้ในสมุดความดีเป็นหลักฐาน
ข้อ 37. คะแนนการชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่าง ๆ
37.1 นักเรียนที่ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่าง ๆ ภายในโรงเรียน
      37.1.1 ชนะการประกวดหรือการแข่งขัน รางวัลที่ 1 ได้คะแนน 10 คะแนน
      37.1.2 ชนะการประกวดหรือการแข่งขัน รางวัลที่ 2 ได้คะแนน 8 คะแนน
      37.1.3 ชนะการประกวดหรือการแข่งขัน รางวัลที่ 3 ได้คะแนน 5 คะแนน 
37.2 นักเรียนที่ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่าง ๆ ภายนอกโรงเรียน
      37.2.1 ชนะการประกวดหรือการแข่งขัน รางวัลที่ 1 ได้คะแนน 30 คะแนน
      37.2.2 ชนะการประกวดหรือการแข่งขัน รางวัลที่ 2 ได้คะแนน 20 คะแนน
      37.2.3 ชนะการประกวดหรือการแข่งขัน รางวัลที่ 3 ได้คะแนน 10 คะแนน
37.3 ให้คุณครู-อาจารย์ที่รับผิดชอบการประกวดหรือการแข่งขันบันทึกลงในสมุดความดี และแจ้งกับฝ่ายกิจการนักเรียนเพื่อบันทึกรวบรวมคะแนนไว้ในสมุดความดีเป็นหลักฐาน
หมวดที่ 6
คณะกรรมการนักเรียน
โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา จัดให้มีคณะกรรมการนักเรียนโรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเป็นผู้มีความรับผิดชอบ มีความเป็นผู้นำ มีน้ำใจเสียสละเพื่อส่วนร่วม มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียน มีความหนักแน่นสามารถรับและแก้ไขปัญหาอย่างมีหลักการเหตุผล มีความรักและภาคภูมิใจในเกียรติของสถาบัน ปกป้องและเชิดชูศักดิ์ศรีของสถาบัน และมีความรู้ความเข้าใจ/เลื่อมใสต่อการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
คณะกรรมการนักเรียนทำหน้าที่เป็นตัวแทนของนักเรียนในโรงเรียน ที่จะนำเสนอความคิด ความต้องการของนักเรียนในทางสร้างสรรค์ต่อคุณครู-อาจารย์และผู้บริหารของโรงเรียน และร่วมมือ ช่วยเหลือกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน พร้อมทั้งส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียนกับนักเรียน นักเรียนกับคุณครู-อาจารย์ โดยคณะกรรมการนักเรียนเป็นผู้คิดริเริ่ม ดำเนินการ โดยมีคณะกรรมการที่ปรึกษาซึ่งเป็นคุณครู-อาจารย์ของโรงเรียน เป็นผู้ให้คำปรึกษา แนะนำ ดูแลให้อยู่ในขอบเขตที่ถูกต้องเหมาะสม โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
ข้อ 38. คณะกรรมการนักเรียนนี้เรียกว่า “คณะกรรมการนักเรียนโรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา”
ข้อ 39. คณะกรรมการนักเรียนมี 2 ระดับ
39.1 คณะกรรมการนักเรียนระดับประถมศึกษา
39.2 คณะกรรมการนักเรียนระดับมัธยมศึกษา
ข้อ 40. คณะกรรมการนักเรียนคือผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งในระบบพรรคหรือกลุ่มที่ได้รับคะแนนสูงสุดในการเลือกตั้ง
อยู่ในตำแหน่งคราวละ 1 ปี
ข้อ 41. การเลือกตั้ง
41.1 กำหนดการเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนเป็นระบบพรรคหรือกลุ่ม พรรคหรือกลุ่มละไม่เกิน 12 คน
41.2 ให้หัวหน้าหมวดกิจกรรมแผนกมัธยม และกิจการนักเรียนแผนกประถมศึกษา
ดำเนินประกาศรับและเปิดการสมัครรับเลือกตั้ง 1 เดือนก่อนวันเลือกตั้ง และมีการหาเสียงตามที่โรงเรียนกำหนด
41.3 ให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียน ในวันกิจกรรมนักเรียนประจำปีนั้น ๆ
41.4 ให้คณะกรรมการนักเรียนในปีนั้น ๆ โดยคำปรึกษาของคณะกรรมการที่ปรึกษาดำเนินการจัดการเลือกตั้ง
ให้เป็นที่เรียบร้อย ให้นับคะแนนให้เสร็จสิ้นในวันเลือกตั้ง และให้ประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 3 วันนับจากวันเลือกตั้ง
41.5 การลงคะแนนเลือกตั้งให้ใช้วิธีลงคะแนนลับ
ข้อ 42. ให้คณะกรรมการนักเรียนชุดเดิมมอบงานให้คณะกรรมการนักเรียนชุดใหม่ในวันสุดท้ายของการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 2
ของปีการศึกษานั้น ๆ
ข้อ 43. ให้มีพิธีการสถาปนาแต่งตั้งคณะกรรมการนักเรียนชุดใหม่ ไม่เกินสัปดาห์ที่ 3 ของภาคเรียนที่1ของปีการศึกษานั้น ๆ
ข้อ 44. ให้มีการสัมมนาคณะกรรมการนักเรียนชุดใหม่ ไม่น้อยกว่า 1 ครั้งต่อปีการศึกษา
ข้อ 45. คุณสมบัติของนักเรียนที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการนักเรียน
45.1 เป็นนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา
45.2 เป็นนักเรียนที่มีบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือ มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นผู้มีน้ำใจเสียสละ มีีีความประพฤติอยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียน สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีของนักเรียนโดยทั่วไป
45.3 เป็นผู้ไม่เคยถูกหักคะแนนความประพฤติเกิน 50 คะแนน
ข้อ 46. คณะกรรมการนักเรียนประกอบด้วย
    • ประธาน
    • รองประธาน
    • เลขานุการ
    • ผู้ช่วยเลขานุการ
    • เหรัญญิก
    • ผู้ช่วยเหรัญญิก
    • กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์
    • กรรมการฝ่ายระเบียบวินัยนักเรียน
    • กรรมการฝ่ายกิจกรรมนักเรียน
    • กรรมการฝ่ายสวัสดิภาพนักเรียน
    • กรรมการฝ่ายอาคารสถานที่
    • กรรมการฝ่ายปฏิคม
ข้อ 47. หน้าที่รับผิดชอบ
47.1 ประธาน มีหน้าที่รับผิดชอบ
1. เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการนักเรียน และการประชุมสภานักเรียน
2.เป็นผู้แทนคณะกรรมการนักเรียนในการติดต่อประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
3.เป็นผู้ควบคุมดูแลบริหารจัดการการทำงานของคณะกรรมการนักเรียนให้เป็นไปตาม นโยบายและระเบียบของโรงเรียน

47.2 รองประธาน มีหน้าที่รับผิดชอบ

1 ทำหน้าที่แทนประธานคณะกรรมการนักเรียน ในกรณีประธานไม่อยู่หรือได้รับมอบหมายจากประธาน ให้ปฏิบัติหน้าที่แทน
2 ช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระของประธาน หรือรับผิดชอบงานตามที่ประธานมอบหมาย

47.3 เลขานุการ มีหน้าที่รับผิดชอบ

1. จัดเตรียมเอกสารการประชุม และวาระการประชุมคณะกรรมการนักเรียน
2. จดบันทึกและเก็บรักษารายงานการประชุม และรายงานการประชุมคณะกรรมการนักเรียน
3. ออกหนังสือติดต่อประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
4. รับผิดชอบงานตามที่ประธานมอบหมาย

47.4 ผู้ช่วยเลขานุการ มีหน้าที่รับผิดชอบ

1. เป็นผู้ช่วยงานของเลขานุการ
2. รับผิดชอบงานตามที่ประธานมอบหมาย

47.5 เหรัญญิก มีหน้าที่รับผิดชอบ

1. ควบคุมดูแลการเงิน/การบัญชีของคณะกรรมการนักเรียน ให้เป็นไปตามระบบที่ถูกต้อง
2. ควบคุมดูแล การจัดหาและการใช้จ่ายโครงการต่าง ๆ ของคณะกรรมการนักเรียน และรักษาประโยชน์ของโรงเรียนและของนักเรียน
3. รับผิดชอบงานตามที่ประธานมอบหมาย
47.6 ผู้ช่วยเหรัญญิก มีหน้าที่รับผิดชอบ
1. เป็นผู้ช่วยงานเหรัญญิก
2. รับผิดชอบงานตามที่ประธานมอบหมาย
47.7 กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่รับผิดชอบ
1. จัดกิจกรรมหน้าเสาธง
2. จัดรายการเสียงตามสาย
3. ประสานงานกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน ในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ
4. ประชาสัมพันธ์งานต่าง ๆ ของคณะกรรมการนักเรียน และของโรงเรียน
5. รับผิดชอบงานตามที่ประธานมอบหมาย
47.8 กรรมการฝ่ายระเบียบวินัยนักเรียน มีหน้าที่รับผิดชอบ
1. จัดกิจกรรมส่งเสริมระเบียบวินัย ความเป็นประชาธิปไตยให้กับนักเรียน
2. ร่วมมือกับฝ่ายกิจการนักเรียนในการสอดส่องดูแลความประพฤติของนักเรียน
3. รับผิดชอบงานตามที่ประธานมอบหมาย
47.9 กรรมการฝ่ายกิจกรรมนักเรียน มีหน้าที่รับผิดชอบ
1. ประสานกับโรงเรียนในการจัดกิจกรรมวันสำคัญต่าง ๆ
2. ประสานงานกับโรงเรียนในการจัดกีฬาสี
3. จัดกิจกรรมส่งเสริมพิเศษอื่น ๆ
4. รับผิดชอบงานตามที่ประธานมอบหมาย

47.10 กรรมการฝ่ายสวัสดิการนักเรียน มีหน้าที่รับผิดชอบ

1. ดูแลสวัสดิการต่าง ๆ ของนักเรียน ให้เป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม
2. รับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของนักเรียน และเสนอต่อฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
3. ดูแลระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ของนักเรียน
4. รับผิดชอบงานตามที่ประธานมอบหมาย

47.11 กรรมการฝ่ายอาคารสถานที่ มีหน้าที่รับผิดชอบ

1. ประสานงานกับหัวหน้าอาคารสถานที่ของโรงเรียนในการดูแลอาคารสถานที่ให้มีความสะอาด สะดวก ปลอดภัย
2. ดูแล ส่งเสริม แนะนำ การทำความสะอาดของห้องเรียน และการพัฒนา/ทำความสะอาดบริเวณที่กำหนดให้แต่ละห้องรับผิดชอบ
3. ร่วมมือกับกรรมการฝ่ายปฏิคมในการจัดสถานที่กิจกรรมพิเศษต่าง ๆ
4. รับผิดชอบงานตามที่ประธานมอบหมาย

47.12 กรรมการฝ่ายปฏิคม มีหน้าที่รับผิดชอบ

1. ทำหน้าที่ธุรการ บริการต่าง ๆ ของคณะกรรมการนักเรียน
2. ร่วมมือกับกรรมการฝ่ายอาคารสถานที่ในการจัดสถานที่กิจกรรมพิเศษต่าง ๆ
3. ประสานงานกับธุรการแผนก หรือฝ่ายธุรการ/บริการของโรงเรียน
4. รับผิดชอบงานตามที่ประธานมอบหมาย

ข้อ 48. การประชุมคณะกรรมการนักเรียน ให้ประชุมไม่น้อยกว่า 1 ครั้งต่อเดือน และให้มีการประชุมประเมินผลการดำเนินงานของคณะกรรมการนักเรียน ภาคเรียนละ 1 ครั้ง และให้มีการบันทึกการประชุมทุกครั้ง การประชุมคณะกรรมการนักเรียนทุกครั้งต้องแจ้งให้ที่ปรึกษาทราบ
ข้อ 49. ระเบียบวาระการประชุม

    • เปิดประชุมด้วยการอธิษฐาน
    • เรื่องที่ประธานแจ้งให้ทราบ
    • รับรองระเบียบวาระการประชุมครั้งนี้
    • รับรองรายงานการประชุมครั้งก่อน
    • ติดตามรายงานการประชุมครั้งก่อน
    • เรื่องเสนอพิจารณา
    • รายงานของคณะกรรมการต่าง ๆ
    • เรื่องอื่น ๆ
    • ปิดประชุมด้วยการอธิษฐาน
ข้อ 50. คณะกรรมการนักเรียนต้องมีคณะกรรมการที่ปรึกษา คณะกรรมการที่ปรึกษามีได้ไม่เกิน 12 ท่าน ประกอบด้วยคุณครู-อาจารย์ซึ่งหัวหน้าหมวดกิจกรรม(แผนกมัธยมศึกษา) และกิจการแผนกประถมศึกษา เป็นผู้เสนอจำนวนแผนกละไม่เกิน 9 คน และคุณครู-อาจารย์ซึ่งคณะกรรมการนักเรียนเป็นผู้เสนอ จำนวนไม่เกิน 3 คน ให้โรงเรียนแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษา โดยให้หัวหน้าหมวดกิจกรรมแผนกมัธยมศึกษาเป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาคณะกรรมการนักเรียนแผนกมัธยมศึกษาโดยตำแหน่ง และกิจการนักเรียนแผนกประถมศึกษาศึกษา เป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาคณะกรรมการนักเรียนแผนกประถมศึกษาโดยตำแหน่ง คณะกรรมการที่ปรึกษาให้อยู่ในตำแหน่งคราวละ 1 ปี และให้ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ฝ่ายกิจการนักเรียน ควบคุมดูแลให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการนักเรียน
ข้อ 51. คณะกรรมการที่ปรึกษาคณะกรรมการนักเรียน มีหน้าที่ดังนี้
    • เป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาคณะกรรมการนักเรียน และสภานักเรียน
    • ให้คำปรึกษาและเสนอแนะในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของคณะกรรมการนักเรียน และสภานักเรียน
    • สอดส่อง ดูแล ตรวจสอบ ชี้แนะ ให้คณะกรรมการนักเรียนปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบว่าด้วยคณะกรรมการนักเรียน และสภานักเรียน
    • ดูแลให้มีการดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนให้เป็นที่เรียบร้อย เป็นประจำทุกปี
หมวดที่ 7
สภานักเรียน
สภานักเรียน เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้และความเข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตย สร้างเสริมให้นักเรียนแสดงออกในทางสร้างสรรค์ต่อส่วนรวม และเพิ่มพูนประสบการณ์การเรียนรู้ตามความถนัด ความสามารถ และความสนใจของนักเรียน โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
ข้อ 52. สภานักเรียนนี้เรียกว่า “สภานักเรียนโรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา”
ข้อ 53. สมาชิกสภานักเรียนมี 2 ประเภท คือ
    • คณะกรรมการนักเรียนแผนกมัธยมศึกษา และกรรมการนักเรียนแผนกประถมศึกษา
    • หัวหน้าชั้นเรียนหรือประธานห้องเรียน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวนห้องละ 1 คน
ข้อ 54. ประธานคณะกรรมการนักเรียน เป็นประธานสภานักเรียนโดยตำแหน่ง เลขานุการคณะกรรมการนักเรียน เป็นเลขานุการสภานักเรียนโดยตำแหน่ง
ข้อ 55. สภานักเรียนมีหน้าที่
    • เป็นตัวแทนของนักเรียนที่จะเสนอแนวคิด ความต้องการของนักเรียนแก่คณะกรรมการนักเรียน
    • แสดงความคิดเห็น และเสนอแนะการดำเนินกิจการต่าง ๆ อันจะเป็นประโยชน์แก่นักเรียนและโรงเรียน
    • สนับสนุน ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการนักเรียน ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้บรรลุความสำเร็จ
ข้อ 56. สมาชิกสภานักเรียน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 1 ปี
ข้อ 57. ให้มีการประชุมสภานักเรียนภาคเรียนละไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง
ข้อ 58. คณะกรรมการที่ปรึกษาคณะกรรมการนักเรียน เป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาสภานักเรียน
หมวดที่ 8
สารวัตรนักเรียน
เพื่อส่งเสริมให้การเรียน-การสอนมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างให้นักเรียนมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ และมีคุณลักษณะพึงประสงค์ โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษาจึงจัดให้มีสารวัตรนักเรียนโรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา โดยมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
ข้อ 59. ส่งเสริม ให้การอบรมคุณธรรม จริยธรรม ความประพฤติ ระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ แก่นักเรียน
ข้อ 60. ควบคุมสอดส่องดูแลความประพฤติของนักเรียน ให้เป็นไปตามระเบียบ
ข้อ 61. ดำเนินการเพื่อป้องกันและขจัดปัญหาสารเสพติดให้โทษแก่นักเรียนและปัญหาทางเพศ
ข้อ 62. ป้องกันแก้ไขและระงับเหตุนักเรียนก่อความไม่สงบ หรือก่อความรำคาญ
ข้อ 63. ติดตามความประพฤติของนักเรียนตามที่ได้รับรายงานหรือได้รับมอบหมาย
ข้อ 64. ตรวจค้นและยึดสิ่งผิดกฏหมายนักเรียนที่ส่อพิรุธเป็นที่น่าสงสัยว่าจะมีสิ่งผิดกฏหมายไว้ใน
ครอบครอง เช่น สารเสพติด หรืออาวุธต่าง ๆ หรือสิ่งของที่อาจใช้เป็นอาวุธ
ข้อ 65. ตรวจสอบให้ทราบถึงสภาพอันแท้จริงของนักเรียน เช่นสภาพครอบครัว สภาพแวดล้อมอื่น ๆ รวมทั้งมูลเหตุ หรือแรงจูงใจที่ทำให้นักเรียนฝ่าฝืน หรือกระทำความผิด
ข้อ 66. นำตัวส่ง หรือ เสนอลงโทษตามระเบียบของโรงเรียน ต่อคุณครูประจำชั้น หรือกิจการแผนก หรือฝ่ายกิจการนักเรียน
ข้อ 67. ร่วมมือและประสานงานกับศูนย์พัฒนาความประพฤตินักศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราช
ข้อ 68. งานอื่น ๆ ตามที่โรงเรียนมอบหมาย
ข้อ 69. การแก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือยกเลิกระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการบริหารโรงเรียนศรี ธรรมราชศึกษา เป็นผู้พิจารณาอนุมัติและให้ถือเป็นที่สุด
ข้อ 70. ให้ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ฝ่ายกิจการนักเรียนรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2001
(นายสุรพงศ์ มิตรกูล)ผู้อำนวยการ
โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา