.
 
1.โครงการปกติรับนักเรียนชั้น บริบาล
-มัธยมศึกษา
2.โครงการ E.Pรับนักเรียนชั้น บริบาล
-มัธยมศึกษา
3.โครงการ E.I.Pรับนักเรียนชั้น ป.4
4.โครงการ S.M.Pรับนักเรียนชั้น ป.4,ม.1 ม.4

Counter

  Started on May 11, 2011.
  Online : 4
  Visits : 1,070,439
  Today : 276


  การศึกษาเป็นกระบวนการที่จะช่วยให้คนได้พัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้า และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของสังคม ทำให้สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ตลอดจนวัฒนธรรม ที่มีผลต่อการดำรงค์ชีวิต และประกอบอาชีพได้ สามารถพัฒนาประเทศ ซึ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 ได้เน้นคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา โดยมุ่งเน้นให้ทุกคนมีการพัฒนาศักยภาพ เพื่อจะได้มีโอกาสพัฒนาประเทศ นอกจากนี้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ยังมีความมุ่งหมายที่จะพัฒนาคนให้มีคุณภาพ ทั้งร่างกาย จิตใจ มีความรู้ คุณธรรม จริยธรรม เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทย และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ดังนั้นโรงเรียศรีธรรมราชศึกษาเห็นความสำคัญของการศึกษาในการที่จะช่วยพัฒนานักเรียน จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรมสมดังเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ซึ่งพระราชบัญญัติมีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานศึกษา ดังนี้

หลักการและรูปแบบการจัดการศึกษา
      พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 กำหนดหลักการเป้าหมายจัดการ ศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และ คุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โดยให้ ชุมชน สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา การพัฒนาสาระและกระบวนการการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีเอกภาพด้านนโยบาย มีความหลากหลายในการปฏิบัติ มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบการประกันคุณภาพ ส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา และพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การจัดการศึกษาในส่วนของโรงเรียนศรีธรรมราชศึกษาจัดการศึกษาในรูปแบบการศึกษาในระบบ คือ ระดับการศึกษาขั้น พื้นฐาน 12 ปี

  1. หลักสูตรการเรียนการสอนและการวัดผลการศึกษา
          การจัดการศึกษายึดหลักผู้เรียนทุกมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่า โรงเรียนมีความสำคัญที่สุดในการจัดกระบวนการเรียนการสอน ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพ เน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม และคุณธรรมตาม
          ความเหมาะสมการจัดระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคำเนินการจัดการศึกษาโดยจัดเนื้อหาสาระให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความ แตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันแก้ปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพ แวดล้อม สื่อการเรียนการสอน และอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดา มารดา ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ และกำหนดให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของ ผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมผู้เรียน การร่วมกิจกรรม และการทดสอบควบคู่กันไปในกระบวนการเรียนการสอน ตามความเหมาะสมของแต่ละระดับและรูปแบบการศึกษา
          ในเรื่องของหลักสูตรสถานศึกษามีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตรตามวัตถุประสงค์ ในส่วนที่เกี่ยวกับปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หลักสูตรมุ่งเน้นพัฒนาการให้มีความสมดุลด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงาม และความรับผิดชอบต่อสังคม ให้สถานศึกษาร่วมกับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น ๆ ส่งเสริมความเข็มแข็งของชุมชน โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชนเพื่อให้ชุมชนมีการจัดการศึกษาอบรม มีการแสวงหาความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และรู้จักเลือกสรรภูมิปัญญา และวิทยาการต่าง ๆ เพื่อพัฒนา ชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการรวมทั้งหาวิธีการสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนปัญหาประสบการณ์การพัฒนาระหว่างชุมชน ให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา จากหลักการดังกล่าว โรงเรียนมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในเรื่องการกำหนดสาระของหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและท้องถิ่น และต้องปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้ การประเมินผลให้สอดคล้องกับหลักการเหล่านี้ กระบวนการจัดการศึกษาต้องยึดผู้เรียนเป็นสำคัญให้ ผู้เรียนเรียนรู้ตามความถนัดและตามศักยภาพของแต่ละบุคคล
  2. การบริหารและการจัดการศึกษาของโรงเรียน
          โรงเรียนมีลักษณะเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการบริหารภายใน ประกอบด้วยผู้บริหาร ผู้ช่วย ผู้บริหาร หัวหน้างาน มีคณะกรรมการบริหารโรงเรียนประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้รับใบอนุญาต ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทนครู ผู้แทนศิษย์เก่า และผู้ทรงคุณวุฒิ นอกจากนั้นผู้บริหารและครูต้องมีใบประกอบวิชาชีพ
  3. มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ
          ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายใน และการประกันคุณภาพภายนอก สถานศึกษาเป็นผู้ดำเนินการประกันคุณภาพภายในและให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดทำรายงานประจำปี เสนอหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเปิดเผยต่อสาธรณชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และเพื่อขอรับประกันคุณภาพภายนอก
  4. ทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา
          สถานศึกษาจะได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเป็นเงินอุดหนุนทั่วไป เป็นค่าใช่จ่ายราย บุคคล ที่เหมาะสมแก่ผู้เรียน การศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดให้โดยรัฐ และเอกชนให้เท่าเทียมกัน เป็นรูปของ กองทุนและกองทุนกู้ยืมให้แก่ผู้เรียนที่มาจากครอบครัวที่รายได้น้อย ตามความเหมาะสมและความ จำเป็นสถานศึกษาต้องปรับปรุงรูปแบบการดำเนินงานการบริหารจัดการและการเรียนการสอนให้เป็นไปตามแนวทางแห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษาได้ดำเนินการบริหารการจัดการศึกษาตามแผนประกันคุณภาพการศึกษา / ธรรมนูญโรงเรียน ปีการศึกษา 2540 2545 ซึ่งเป็นแผนแม่บทฉบับที่ 2 เพื่อให้สอดคล้องกับแนวดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนในการส่งเสริมและพัฒนาโรงเรียนเอกชนด้วยกระบวนการประกันคุณภาพและรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษา อย่างไรก็ดีเนื่องจากในปีการศึกษา 2545 เป็นปีสิ้นสุดของการบริหารงานตามแผนประกันคุณภาพการศึกษา และ ธรรมนูญโรงเรียน แต่เนืองจากโรงเรียนมีความจำเป็นต้องพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โรงเรียนจึงได้จัดทำ แผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาโรงเรียนระยะ 5 ปี (ปีการศึกษา 2546 - 2550 ) ขึ้นเพื่อให้สามารถก้าวทันความเจริญอย่างไม่หยุดยั้งของวิทยาการใหม่ๆ และกระแสโลกาภิวัฒน์ และให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานพันธกิจการศึกษา มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย แผนปฏิรูปและส่งเสริมการศึกษาเอกชนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน และ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ที่มุ่งพัฒนาเด็กไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้ง ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้คู่คุณธรรม มีจริยธรรม และดำรงชีวิตบนพื้นฐานวัฒนธรรมไทย สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ตามความมุ่งหมายของการจัดการศึกษา
        

          การจัดการศึกษาตามแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 เน้นกระบวนการเรียนรู้ด้วยปัญญา ผู้เรียนสะสมองค์ความรู้ผ่านกระบวนการคิดด้วยตนเอง โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แสดงออกอย่างอิสระ เป็นผู้ปฏิบัติทำงานเป็นทีม เรียนรู้ด้วยตนเองจากโลกกว้าง การสอนเน้นการสอดแทรก คุณธรรม จริยธรรมและค่านิยม ผู้เรียนคือผู้จัดการ ครูต้องวางแผนการจัดการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ แนะนำช่วยเหลือกระตุ้น ผู้เรียนให้แสวงหาความรู้ ผู้บริหารต้องสร้างความตระหนักให้บุคลากรในสถานศึกษา มุ่งมั่นในคุณภาพ และมีการบริหารจัดการที่ดี (Good Governance) มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานที่กำหนดไว้ในแต่ละช่วงชั้น ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษารวมทั้งมีบทบาทในการกำกับ ดูแลการจัดการศึกษาของสถานศึกษา

          นอกจากนั้นให้คณะกรรมการสถานศึกษามีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพ ส่งเสริมและสนับสนุนกำกับดูแลการจัดการศึกษาของสถานศึกษา โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษาเป็นโรงเรียนที่ก่อตั้งขึ้นโดยความรักของพระเจ้าที่ผ่านทางมิชชันนารีได้ก่อตั้งขึ้นและมีชื่อเสียงมาจนถึงทุกวันนี้ ได้รับการยกย่องและเป็นที่ยอมรับของชุมชนและสังคมมาถึง 102 ปี มีศิษย์เก่ามากมาย ได้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอย่างมากมาย โรงเรียนมีชื่อเสียงทางด้านการใช้ภาษาอังกฤษ ดนตรีและกีฬา โรงเรียนยังสามารถสร้างนักเรียนให้เป็นผู้นำทางสังคมในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านราชการ ด้านธุรกิจ ด้านการศึกษา ด้านสังคม เป็นต้น

       นอกจากนั้นยังมีส่วนร่วมกับชุมชนในการประกอบกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับท้องถิ่นมากมายและได้รับความร่วมมืออย่างดียี่ง
จากชุมชน อย่างไรก็ดีสภาพเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเทคโนโลยี ก้าวหน้าไปอย่างมากทำให้โรงเรียนมีความจำเป็นต้องปรับปรุงรูปแบบและกระบวนการการบริหาร โรงเรียน เพื่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน จึงได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาโรงเรียนระยะ 5 ปี (ปีการศึกษา 2546 - 2550) สำหรับเป็นแนวทางในการจัดการศึกษาของโรงเรียน ซึ่งมีขั้นตอนในการจัดทำดังนี้

            1. รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลจากการสำรวจความคิดเห็นของนักเรียนผู้ปกครองและบุคลากรของโรงเรียน เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2545 และสรุปความคิดเห็นจัดทำเป็นโครงสร้าง
"ผลการสำรวจความคาดหวังของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อการจัดการศึกษาในโรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา"

            2. แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาโรงเรียน ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารโรงเรียน ผู้ช่วยผู้บริหาร หัวหน้างาน หัวหน้าแผนก

            3. จัดอบรมและประชุมให้ความรู้ ในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาโรงเรียน ระยะ 5 ปี เมื่อวันที่ 26 - 27 มกราคม 2545 ณ ห้องศาสนกิจ โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา โดยวิทยากรจากสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาเอกชนมาให้ความรู้ในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาโรงเรียน จากการอบรมในครั้งนี้คณะกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาโรงเรียนได้ศึกษาวิเคราะห์สภาพโรงเรียนโดยใช้เทคนิค SWOT และกำหนดร่างวิสัยทัศน์ พันธกิจและเป้าหมายตาม พันธกิจ

           4. ประชุมชี้แจงคณะครูทั้งโรงเรียน เรื่องการทำแผนยุทธศาสตร์ เพื่อการพัฒนาโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2546-2550 เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2545

           5. คณะกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการประชุมครูทั้งโรงเรียน และข้อมูลที่ได้จากที่อื่น ๆ จัดทำรูปเล่มแผนยุทธศาสตร์ฉบับร่าง

          6. จากนั้นคณะกรรมการจัดทำได้มีการพิจารณา และปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์และสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของโรงเรียน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 จัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์

          7. นำเสนอ (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาโรงเรียน เข้าสู่การประชุมคณะกรรมการบริหารโรงเรียนเพื่อพิจารณา เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2545 กรรมการบริหารโรงเรียนพิจารณาปรับปรุงแก้ไข

          8. คณะกรรมการจัดทำ นำข้อเสนอจากคณะกรรมการบริหารโรงเรียนปรับปรุงแก้ไข

           9. จัดทำประชาพิจารณ์ ร่างวิสัยทัศน์ พันธกิจ โดยคณะครูของโรงเรียน และนำข้อเสนอแนะ มาปรับปรุงแก้ไขร่างดังกล่าว